Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 33272)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสามต่างเช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดินเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่า ต่อมาโจทก์ได้ซื้อและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดดังกล่าวจากเจ้าของเดิม และได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าแล้วเช่นนี้ แม้ ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่จำเลยอ้างว่า เจ้าของที่ดินเดิมตกลงให้จำเลยทั้งสามเช่าที่พิพาทปลูกบ้านอยู่อาศัยตลอดชีวิตของจำเลย จำเลยก็ไม่อาจยกข้อตกลงดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ เพราะการเช่าที่พิพาทไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 ที่ว่าผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ให้เช่าย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนนั้น ก็ใช้บังคับเฉพาะการเช่าที่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำถูกต้องตามมาตรา 538เท่านั้น ข้อตกลงที่เจ้าของเดิมให้จำเลยทั้งสามเช่าตลอดชีวิตจึงไม่ผูกพันโจทก์ จำเลยไม่อาจยกหรืออ้างสิทธิตามมาตรา 569 มาต่อสู้โจทก์ได้เช่นกัน โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยสามสำนวนให้รื้อถอนออกจากที่ดินซึ่งโจทก์ได้ซื้อมา และจำเลยทั้งสามได้เช่าส่วนหนึ่งของที่ดินดังกล่าวจากเจ้าของเดิมจำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า จำเลยได้เช่าที่ดินจากเจ้าของเดิม โดยเจ้าของเดิมให้จำเลยปลูกบ้านอยู่ได้ตลอดชีวิต โจทก์หลอกว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทจำเลยจึงชำระค่าเช่าให้ ความจริงโจทก์มิใช่เจ้าของที่พิพาทและไม่ได้เก็บค่าเช่าแทนเจ้าของ สัญญาเช่าเป็นโมฆะ หากโจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิม โจทก์ต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ ต้องให้จำเลยอยู่จนตลอดชีวิต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามสำนวนและบริวารอพยพย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท และห้ามเกี่ยวข้องต่อไปจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

เห็นว่าในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้ว จำเลยทั้งสามสำนวนต่างเช่าที่พิพาทจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่า ดังนี้ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าของที่ดินเดิมตกลงให้จำเลยทั้งสามสำนวนเช่าที่พิพาทปลูกบ้านอยู่อาศัยตลอดชีวิตของจำเลยจริงจำเลยทั้งสามก็ไม่อาจยกข้อตกลงดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ เพราะการเช่าที่พิพาทซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โดยเฉพาะการเช่าตลอดอายุของผู้เช่านั้นจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาจากเจ้าของเดิมต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ของเจ้าของเดิม

คือต้องให้จำเลยทั้งสามสำนวนเช่าที่พิพาทตลอดชีวิตนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 ที่บัญญัติว่าผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่าย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่านั้น มาตรานี้ใช้บังคับเฉพาะการเช่าที่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามมาตรา 538 เท่านั้น แต่จำเลยทั้งสามเช่าจากเจ้าของเดิมโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ข้อตกลงที่เจ้าของเดิมให้จำเลยทั้งสามเช่าตลอดชีวิตจึงไม่ผูกพันโจทก์ จำเลยทั้งสามไม่อาจยกหรืออ้างสิทธิตามมาตรา 569 มาต่อสู้โจทก์ได้เช่นกัน เมื่อฟังว่าโจทก์ได้ซื้อและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทจากเจ้าของเดิมแล้วและไม่ประสงค์จะให้จำเลยทั้งสามสำนวนเช่าอยู่ต่อไป โจทก์มีสิทธิบอกกล่าวเลิกการเช่าหรือให้จำเลยทั้งสามออกไปจากที่พิพาทได้ เมื่อจำเลยทั้งสามไม่ยอมออกโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · อุดม จาละ · ยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้