Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 33199)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่ได้อ้างตนเองเป็นพยานและถามค้านพยานโจทก์นั้นเป็นเรื่องสิทธิของจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การพึงกระทำได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 199วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอันมีเจตนารมณ์เพื่อให้จำเลยมีโอกาสอ้างตนเองเป็นพยานเพื่อเสนอข้อเท็จจริงที่จะเป็นการหักล้างพยานหลักฐานโจทก์เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์เพราะจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามปลูกเรือนคนละ 1 หลังในที่ดินของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามและบริวารรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากที่ดินโจทก์และห้ามจำเลยทั้งสามกับบริวารเข้าเกี่ยวข้อง หากจำเลยทั้งสามไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยจำเลยทั้งสามออกค่าใช้จ่ายจำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์พร้อมทั้งรื้อถอนโรงเรือน ถ้าไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อเองได้โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามผู้อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาทจำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ จึงมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่าหรืออาศัย ที่จำเลยทั้งสามมาศาลในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นอ้างตนเองเป็นพยานและถามค้านพยานโจทก์นั้นเป็นเพียงการดำเนินกระบวนพิจารณาในฐานะที่จำเลยทั้งสามเป็นพยานเท่านั้น ไม่เป็นการตั้งประเด็นโต้เถียงในเรื่องดังกล่าว คดีนี้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่าจำเลยทั้งสามมิได้อาศัยโจทก์ ฟ้องเกินกำหนดหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองและจำเลยทั้งสามไม่จงใจขาดนัดนั้นเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นและที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้นเป็นการอุทธรณ์ข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามมาตรา 225 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและปัญหาดังกล่าวไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือต้องด้วยข้อยกเว้นข้ออื่นของบทกฎหมายมาตรานี้ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัยของจำเลยทั้งสาม พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยฎีกาว่าการที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่ได้ถามค้านพยานโจทก์และอ้างตนเองเบิกความเป็นพยานว่าจำเลยทั้งสามได้ครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองและทำประโยชน์มากว่า 30 ปีแล้ว เป็นการต่อสู้คดีมีประเด็นที่ศาลจะวินิจฉัยได้และเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินคดีต่อไปโดยไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ ในกรณีเช่นนี้จำเลยอาจสาบานตนให้การเป็นพยานเองและถามค้านพยานโจทก์ได้ แต่หาอาจเรียกพยานของตนเข้าสืบได้ไม่" สำหรับคำให้การนั้น มาตรา 1(4) บัญญัติว่า "คำให้การ" หมายความว่ากระบวนพิจารณาใด ๆ ซึ่งคู่ความฝ่ายหนึ่งยกข้อต่อสู้เป็นข้อแก้คำฟ้องตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้ นอกจากคำแถลงการณ์และมาตรา 1(5)บัญญัติว่า "คำคู่ความ" หมายความว่า คำฟ้อง คำให้การ หรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ

ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี จึงไม่มีการตั้งประเด็นต่อสู้คดีในเรื่องกรรมสิทธิ์หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 224 ทั้งการที่จำเลยทั้งสามอ้างตนเองเป็นพยานและถามค้านพยานโจทก์นั้นเป็นเรื่องสิทธิของจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การจึงกระทำได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 199 วรรคสอง อันมีเจตนารมณ์เพื่อให้จำเลยมีโอกาสอ้างตนเองเป็นพยานเพื่อเสนอข้อเท็จจริงที่จะเป็นการหักล้างพยานหลักฐาน โจทก์เท่านั้น ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้