Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 33198)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว มีใจความสำคัญว่าโจทก์ตกลงซื้อที่พิพาททั้งโฉนดคืนจากจำเลยที่ 3 เป็นเงินจำนวนหนึ่ง โดยจะนำเงินมาวางศาลภายในกำหนด และจำเลยที่3 จะโอนที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้โจทก์ เมื่อโจทก์นำเงินมาวางศาลตามกำหนด. จำเลยที่ 3 รับเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้วแต่โอนที่ดินให้โจทก์ไม่ได้เพราะที่ดินถูกศาลสั่งอายัดไว้ในคดีอื่น. จำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่จำเลยที่ 3 ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์เพราะสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน. เมื่อจำเลยที่ 3 ไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าเสียหาย. แต่เมื่อคำพิพากษาได้อ่านหรือถือว่าได้อ่านให้จำเลยที่ 3 ฟังแล้วจำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับถือว่าผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดดังกล่าวนั้นได้.

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว มีใจความสำคัญว่า โจทก์ตกลงซื้อที่พิพาททั้งโฉนดคืนจากจำเลยที่ 3 ในราคา 1,090,000 บาท โดยจะนำเงินมาวางศาลภายในวันที่ 30 เมษายน 2526 และจำเลยที่ 3 จะโอนที่ดินพิพาทพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้โจทก์โจทก์ยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2526 โจทก์ได้วางเงินจำนวน 1,090,000 บาทต่อศาลแล้ว แต่การโอนที่ดินตามคำพิพากษาไม่สามารถทำได้เพราะศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 157/2526 ได้มีคำสั่งอายัดห้ามโอนที่ดินดังกล่าว โจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงขอรับเงินจำนวน 1,090,000 บาทคืนก่อน โดยขอวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารแทน

หากจำเลยพร้อมที่จะจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ธนาคารผู้ค้ำประกันจะวางเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาลทันที จำเลยที่ 2ที่ 3 เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์กู้ยืมเงินจำนวนนี้มาต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี ขอให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 คืนเงินจำนวน 1,090,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 เมษายน 2526ถึงวันคืนเงินครบถ้วนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นฝ่ายผิดสัญญาชอบที่จะฟ้องเป็นคดีต่างหาก จะยื่นคำร้องเข้ามาในคดีหาได้ไม่ ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ไม่ใช่เป็นผู้ผิดสัญญาและสัญญาประนีประนอมยอมความมิได้มีข้อตกลงว่า ในกรณีที่โอนที่พิพาทให้โจทก์ไม่ได้เพราะติดอายัดให้ถือว่าจำเลยที่ 3 ผิดสัญญา หรือให้จำเลยที่ 3 คืนเงินค่าที่ดินให้โจทก์จนกว่าจะสามารถโอนให้โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ 3 คืนเงินแก่โจทก์ในขณะนี้ได้ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามยอมนั้นแล้วแม้ตามสัญญาจะระบุให้โจทก์ชำระเงินให้จำเลยที่ 3และให้จำเลยที่ 3 โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ ปรากฏว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาครและศาลชั้นต้น มีคำสั่งอายัดห้ามโอนที่ดินพิพาทชั่วคราวเป็นเหตุให้จำเลยที่ 3 ไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญาแต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนเมื่อจำเลยที่ 3 ไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ก็ได้ เหตุนี้การที่โจทก์นำเงินมาวางศาลเป็นการชำระหนี้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 รับไปแล้วทั้ง

ๆ ที่จำเลยที่ 3 ไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวนนั้นคืนได้เมื่อยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าเสียหายจากการที่โจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงินกู้ที่นำมาวางศาล แต่เมื่อคำพิพากษานี้ได้อ่านหรือถือว่าได้อ่านให้จำเลยที่ 3 ฟังแล้ว จำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับถือว่าผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดดังกล่าวนั้นเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 3 จะชำระเสร็จ

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำเลยที่ 3 คืนเงินจำวน 1,090,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันครบกำหนดตามคำบังคับเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้โจทก์วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารว่าหากพร้อมที่จะโอนที่ดิน ธนาคารผู้ค้ำประกันจะวางเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาล

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · มาโนช เพียรสนอง · ปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้