Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3316/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางจำเลยที1กำหนดเส้นทางรถโดยสารประจำทางขึ้นใหม่ และนายทะเบียนกลางจำเลยที่2ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางดังกล่าวให้แก่บริษัทขนส่งจำกัด จำเลยที่ 3 เป็นการปฏิบัติงานไปตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แม้จะทับเส้นทางรถโดยสารประจำทางเดิมที่โจทก์ได้รับอนุญาต เมื่อตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำการอื่นใดอีก ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต จงใจให้เกิดความเสียหาย อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสารบนเส้นทางสายที่ 292 หมวด 3 จากจังหวัดสุรินทร์ถึงจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2526 จำเลยที่ 1 มีมติให้กำหนดเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 2 สายที่ 940 กรุงเทพฯ- สุริทนร์ - ศรีสะเกษ ขึ้นใหม่ โดยเริ่มต้นจากสถานีขนส่งกรุงเทพฯทับเส้นทางสายที่ 926 ตลอดไปจนถึงอำเภอปราสาท แล้วเลียวซ้ายเข้าจังหวัดสุรินทร์ จากจังหวัดสุรินทร์ทับเส้นทางสายที่ 292ที่โจทก์ได้รับใบอนุญาต ตลอดสายจนถึงจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการกระทำโดยมิชอบ ใช้สิทธิไม่สุจริตและจงใจให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ทำให้โจทก์เดือดร้อนเสียหาย ต้องขาดรายได้ ขอให้พิพากาาเพิกถอนมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ให้จำเลยที่ 2 เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่ออกให้แก่จำเลยที่ 3 ในเส้นทางหมวด 2 สายที่ 940 กรุงเทพฯ

-สุรินทร์ - ศรีสะเกษ หากไม่ยอมเพิกถอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 และห้ามจำเลยที่ 3 นำรถโดยสารประจำทางของจำเลยที่ 3 หรือรถโดยสารประจำทางของบุคคลภายนอกรับคนโดยสารทับเส้นทาง หมวด 3 สายที่ 292 สุรินทร์ - ศรีสะเกษที่โจทก์ได้รับใบอนุญาตด้วย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 การกำหนดเส้นทางเดินรถ จำนวนผู้ประกอบการขนส่งและจำนวนรถสำหรับขนส่งประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างจังหวัดและระหว่างประเทศให้เป็นอำนาจของจำเลยที่ 1 การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในกรุงเทพมหานคร และขนส่งระหว่างจังหวัด การขนส่งระหว่างประเทศเป็นอำนาจของจำเลยที่ 2 โดยอนุมัติของจำเลยที่1 จำเลยที่ 1 กำหนดเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 2 สายที่ 940กรุงเทพฯ

- สุรินทร์ - ศรีสะเกษ และที่จำเลยที่ 2 ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 2 สายที่ 940 กรุงเทพฯ -สุรินทร์ - ศรีสะเกษ ตามที่จำเลยที่ 1 อนุมัติ เป็นการปฏิบัติการตามกฎและระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยถูกต้อง โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุม การกำหนดเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 2 สายที่ 940 เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง และการอนุญาตให้ประกอบการขนส่งในเส้นทางที่กำหนดดังกล่าว เป็นอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนตามกฎหมายไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเพียงผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการขนส่งเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการชี้สองสถานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ปรากฏว่าโจทก์นำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3โจทก์ไม่นำส่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 และให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางประกอบด้ยปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้แทน เลขาธิการเร่งรัดพัฒนาชนบทหรือผู้แทน อธิบดีกรมตำรวจหรือผู้แทน อธิบดีกรมทางหลวง หรือผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้แทนและผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นกรรมการและเลขานะการ คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจและหน้าที่กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทางในกรุงเทพมหานคร ระหว่างจังหวัดและระหว่างประเทศ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา16, 19 ส่วนนายทะเบียนกลางเป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในกรุงเทพมหานครการขนส่งระหว่างจังหวัด

การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 30 ดังนี้การที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางโดยปลัดกระทรวงคมนาคมจำเลยที่ 1 กำหนดเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 2 สายที่ 940กรุงเทพฯ - สุรินทร์ - ศรีสะเกษ ขึ้นใหม่ และนายทะเบียนกลางจำเลยที่ 2 ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 จึงเป็นการปฏิบัติงานไปตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ส่วนข้อที่โจทก์ฟ้องอ้างว่าการที่จำเลยที่ 1มีมติกำหนดเส้นทางหมวด 2 สายที่ 940 กรุงเทพฯ - สุรินทร์ -ศรีสะเกษ ทับเส้นทางสายที่ 292 หมวด 3 สุรินทร์ - ศรีสะเกษ ที่โจทก์ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 2 ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 เป้นการกระทำโดยมิชอบใช้สิทธิไม่สุจริต และจงใจให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์นั้น

เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ดังกล่าวเป็นการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดังวินิจฉัยมาแล้ว และตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำการอื่นใดนอกจากที่กล่าวแล้วอีก ดังนี้จึงถือไม่ด้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามคำฟ้องเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต จงใจให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อันเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ คดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้