Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 107 บัญญัติว่า 'เมื่อผู้บังคับบัญชา หรือ ก.พ. ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ตามความในมาตรา 104 หรือ มาตรา 105 แล้ว ผู้ถูกสั่งลงโทษเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น' แต่ขณะนี้ยังมิได้มีการจัดตั้งศาลปกครอง กรณีจึงต้องบังคับตามมาตรา 120 ซึ่งบัญญัติว่าสำหรับการฟ้องคดีต่อศาลปกครองของผู้ถูกลงโทษตามความในมาตรา 107 ยังไม่ให้ใช้บังคับ ดังนั้น ผู้ถูกลงโทษจึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีตามมาตรา 107.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 3 สังกัดสำนักงานป.ป.ป. จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงคณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่าให้โจทก์ออกจากราชการตามมาตรา 86 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ฯ อ.ก.พ.ของจำเลยที่ 3 และอ.ก.พ.สำนักนายกรัฐมนตรีให้โจทก์ออกจากราชการตามมาตรา 98 จำเลยที่ 3จึงมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากราชการแต่จำเลยที่ 2 รายงานจำเลยที่ 1 ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 3ปลดโจทก์ออกจากราชการโจทก์อุทธรณ์คำสั่งจำเลยที่ 1 ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่ามติและคำสั่งลงโทษโจทก์นั้นไม่ถูกขั้นตอนและไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้ศาลเพิกถอนมติของจำเลยที่ 2 ให้รายงานจำเลยที่ 1 สั่งการให้จำเลยที่ 3 เปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ให้โจทก์ออกจากราชการเป็นปลดออกจากราชการคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่สั่งการให้จำเลยที่ 3 ดำเนินการตามมติของจำเลยที่ 2 และคำสั่งของจำเลยที่ 3 ที่ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าเมื่อสำนักงานป.ป.ป. ได้มีคำสั่งที่ส.ร.0801/5116 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2522ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการนั้นโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อเลขาธิการก.พ.และก.พ. (จำเลยที่ 2) ได้พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์แล้วเสนอนายกรัฐมนตรี (จำเลยที่ 1) สั่งการนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์โจทก์ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่ากรณีของโจทก์ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ.2518มาตรา 107 ซึ่งบัญญัติว่า 'เมื่อผู้บังคับบัญชาหรือก.พ.ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ตามความในมาตรา 104 หรือมาตรา 105 แล้วผู้ถูกสั่งลงโทษเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น' แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังมิได้มีการจัดตั้งศาลปกครองกรณีจึงต้องบังคับตามมาตรา 120 ซึ่งบัญญัติว่าสำหรับการฟ้องคดีต่อศาลปกครองของผู้ถูกลงโทษตามความในมาตรา107 ยังไม่ให้ใช้บังคับ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถูกลงโทษจึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีตามมาตรา 107 ดังที่ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2520 ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้