Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3313/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของกรมศุลกากรจำเลยที่ 1 ได้ยึดผ้าของโจทก์โดยอ้างว่า เป็นผ้าที่ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่าผ้าที่ถูกยึดไม่ตรงกับผ้าที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการยึดโดยมีเหตุผลอันควรสงสัยว่าผ้าที่ยึดนั้นได้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรดังนี้ กรณีไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ยึดผ้าของโจทก์ไว้สอบสวนเป็นเวลาถึง 5เดือนเศษ เพราะไม่อาจแยกพิจารณาเฉพาะผ้าของโจทก์ก่อนผ้ารายการอื่นได้เนื่องจากยึดมาจากแหล่งเดียวกัน ต้องส่งผ้าที่ยึดไปกองวิเคราะห์สินค้าทำการวิเคราะห์ ส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถามเจ้าของโรงงานที่ผลิตและฟอกย้อม สอบสวนชิปปิ้ง ทำหนังสือไปถึงกองประเมินอากรกับกองตรวจสินค้าขาเข้าแล้ว และเสนอความเห็นไปยังกรมศุลกากรจำเลยที่ 1 พร้อมกันทั้ง 7 รายการ เช่นนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนไม่มีการกลั่นแกล้งโจทก์ ทั้งโจทก์เพิ่งนำชิปปิ้งมาให้สอบสวนหลังจากการยึดผ้าประมาณ 3-4 เดือน โจทก์ไม่มีหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่าจำเลยใช้เวลาสอบสวนเกี่ยวกับผ้าพิพาทนานเกินสมควรหรือจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ ประกอบกับผ้ามิใช่ทรัพย์สินที่เสื่อมสลายได้ง่าย ไม่มีเหตุจำเป็นต้องพิจารณาสอบสวนโดยเร่งรัดเป็นพิเศษ ในที่สุดจำเลยคืนผ้าให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นกรมสังกัดกระทรวงการคลังจำเลยที่ 2ถึง 4 เป็นเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2524จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 1 ให้ทำการตรวจค้นบริษัทศรีสยามภัณฑ์ จำกัดจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกับพวกยึดสินค้ารวม 7 รายการที่สงสัยว่าจะเป็นสินค้าที่หลบหนีภาษีศุลกากรนำเข้ามาในราชอาณาจักรมีสินค้ารายการที่ 2 คือผ้าเส้นใยประดิษฐ์ 100% ซึ่งโจทก์ฝากให้บริษัทศรีสยามภัณฑ์ จำกัดขายจำนวน 475 ม้วนยาว 24,837 หลาขายในราคาหลาละ 45 บาทในระหว่างตรวจค้นนายไพโรจน์ วชิโรพรอนันต์กรรมการโจทก์ ได้นำหลักฐานการนำสินค้ารายการที่ 2 ดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเสียภาษีอากรถูกต้องแสดงต่อจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 แต่จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ยังคงยืนยันยึดผ้าดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นผ้าที่ลักลอบนำเข้ามาโจทก์จำต้องให้จำเลยกับพวกยึดผ้าดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ทำการของจำเลยที่ 1 ต่อมาเมื่อจำเลยที่ 1 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผ้าที่ถูกยึดไปได้นำเข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมายจึงคืนผ้าให้โจทก์ 475 ม้วนเป็นเวลาถึง 5 เดือนเศษนับแต่วันถูกยึดผ้าไปเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหากจำเลยไม่ยึดผ้าของโจทก์ไปโจทก์จะขายผ้าได้เป็นเงิน 1,117,665 บาทโจทก์ขอคิดค่าเสียหายเท่ากับดอกเบี้ยที่โจทก์ต้องเสียให้กับธนาคารขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน390,944 บาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสี่ให้การว่าจำเลยที่ 4 ได้รับแจ้งจากสายสืบว่าจะมีผู้ลักลอบนำผ้าจากต่างประเทศมาเก็บไว้ที่บริษัทศรีสยามภัณฑ์ จำกัดจำเลยที่ 4 จึงขออนุมัติจากจำเลยที่ 2 เข้าตรวจค้นบริษัทดังกล่าวได้ร่วมกันตรวจค้นกับจำเลยที่ 3 กับพวกและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหมายค้นด้วยยึดสินค้าอันมีเหตุอันควรสงสัยว่าหลบหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร 7 รายการรายการที่ 2 เป็นผ้า 100% โพลีเอสเตอร์จอร์เจียสีต่าง ๆ หน้ากว้าง 36 นิ้วตราซัมซุงเต็กรูปผู้หญิงจำนวน 505 ม้วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 กับพวกได้เปรียบเทียบผ้าของกลางและใบขนสินค้าที่โจทก์นำมาแสดงแล้วเห็นว่าเป็นผ้าคนละชนิดกันและมีจำนวนต่างกันจึงได้ยึดผ้าดังกล่าวไว้เพื่อสอบสวนให้แน่ชัดว่าผ้าของกลางเป็นผ้าตามใบขนสินค้าที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่จำเลยไม่ได้กลั่นแกล้งโจทก์ เมื่อตรวจพิสูจน์แล้วได้คืนผ้าของกลางแก่โจทก์ทันทีจำเลยไม่ได้กระทำละเมิดโจทก์ไม่เสียหาย ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ถึงแก่กรรมโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นตามที่คู่ความรับกันว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2524 จำเลยที่ 3 ที่ 4 กับพวกตรวจค้นบริษัทศรีสยามภัณฑ์ จำกัดแล้วยึดผ้าไป 7 รายการโดยอ้างว่าเป็นผ้าที่ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผ้าตามรายการที่ 2 นั้นเป็นของโจทก์ฝากให้บริษัทดังกล่าวขายให้แต่ถูกจำเลยยึดไปด้วยต่อมาเมื่อจำเลยทำการสอบสวนแล้วเห็นว่าผ้าตามรายการที่ 2 ของโจทก์นั้นเป็นผ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมายจึงสั่งคืนผ้าของกลางให้โจทก์รับไปเมื่อวันที่19 สิงหาคม 2524 ซึ่งเป็นเวลา 5 เดือนเศษหลังจากที่ยึดไปปัญหามีว่าจำเลยทั้งสี่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยยึดผ้าของโจทก์ไปโดยมิชอบจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์นั้นเห็นว่าโจทก์นำสืบว่าโจทก์นำหลักฐานใบขนสินค้าขาเข้าใบกำกับสินค้าและใบเสร็จรับเงินค่าเสียภาษีอากรไปแสดงต่อจำเลยที่ 3 ที่4 ตามเอกสารหมาย

จ.1 ถึง จ.3 แล้วแต่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ก็ยังยึดผ้าตามรายการที่ 2 ซึ่งเป็นของโจทก์ไปจำเลยที่ 3 ที่ 4เบิกความว่าได้ตรวจสอบหลักฐานดังกล่าวแล้วเห็นว่าผ้าที่ถูกยึดไม่ตรงกับผ้าที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้านายไพโรจน์วชิโรพรอนันต์ผู้จัดการโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำหลักฐานมาแสดงก็เบิกความรับว่าเป็นเช่นนั้นจริง ดังนั้นการยึดผ้าของกลางของโจทก์ซึ่งกระทำโดยจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงเป็นการยึดโดยมีเหตุผลอันควรสงสัยว่าผ้าที่ยึดนั้นได้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรฉะนั้นการยึดผ้าของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ปัญหาต่อไปตามฎีกาของโจทก์ก็คือการที่จำเลยทำการยึดผ้าของโจทก์ไว้ทำการสอบสวนเป็นเวลาถึง 5 เดือนเศษจึงคืนให้โจทก์นั้นเป็นเวลานานเกินสมควรและเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่นั้นจำเลยนำสืบว่านายวรศักดิ์พวงเดชนิติกรของจำเลยที่ 1 เป็นผู้สอบสวนกรณีนี้และเสนอความเห็นให้จำเลยที่ 1 สั่งตามคำเบิกความของนายวรศักดิ์พยานจำเลยได้ความว่าได้สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผ้าทั้ง 7 รายการที่ยึดมาพร้อมกันไม่อาจแยกพิจารณาเฉพาะผ้ารายการที่ 2 ของโจทก์ก่อนรายการอื่นได้เพราะยึดมาจากแหล่งเดียวกันต้องส่งของกลางไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกองวิเคราะห์สินค้าทำการวิเคราะห์เสียก่อนเพื่อให้ทราบว่าผ้าตามใบขนที่อ้างและตามของกลางนั้นมีลักษณะเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรทั้งต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถามเจ้าของโรงงานที่ผลิตและฟอกย้อมด้วย นอกจากนี้นายวรศักดิ์ยังให้นายไพโรจน์นำชิปปิ้งมาสอบด้วยปรากฏตามคำให้การของชิปปิ้งทั้งสองเอกสารหมาย ล.19 และ ล.20 ต่อมาต้องทำหนังสือไปถึงกองประเมินอากรและกองตรวจสินค้าขาเข้าเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของชิปปิ้งสำหรับสินค้ารายนี้เมื่อได้ทำการตรวจสอบผ้าทั้งเจ็ดรายการแล้วนายวรศักดิ์ได้เสนอความเห็นไปยังจำเลยที่ 1 พร้อมกันทั้งเจ็ดรายการโดยขอให้ปล่อยรายการที่ 2 ที่ 3และที่ 7 รายการอื่นให้ยึดไว้จำเลยที่ 1 ก็เห็นด้วยจำเลยที่ 1ได้สั่งคืนผ้ารายการที่ 2 ให้โจทก์การพิจารณาในเรื่องยึดและคืนของกลางทั้งเจ็ดรายการนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนไม่มีการกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไรเหตุที่คืนผ้าของกลางรายการที่ 2ช้าไปเนื่องจากโจทก์ไม่นำชิปปิ้งมาให้ทำการสอบสวนเพิ่งนำมาให้สอบสวนหลังจากการจับกุมผ้าของกลางประมาณ 3-4 เดือนคำเบิกความของนายวรศักดิ์ดังกล่าวมีพยานเอกสารสนับสนุนและสมเหตุผลน่าเชื่อถือ โจทก์ไม่มีหลักฐานมาแสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยใช้เวลาสอบสวนเกี่ยวกับผ้าของกลางรายนี้นานเกินสมควรหรือกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไรผ้าของกลางก็มิใช่ทรัพย์ที่เสื่อมสลายได้ง่ายซึ่งจำเป็นที่จะต้องพิจารณาสอบสวนโดยเร่งรัดเป็นพิเศษแต่อย่างใดเมื่อในที่สุดจำเลยคืนผ้าของกลางให้โจทก์ก็ปรากฏว่าโจทก์ได้รับผ้าของกลางคืนในสภาพเรียบร้อยจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้