Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3309/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้จำเลยที่ 1 ซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานตำรวจให้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ไปเรียกเก็บเงินจากบรรดาคนขับรถยนต์บรรทุกที่แล่นผ่านไปมาไม่เลือกว่าคนขับรถนั้นจะได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1เข้าไปพูดกับคนขับรถว่า "ตามธรรมเนียม" คนขับรถนั้นแม้มิได้ กระทำความผิดก็ต้องจำใจจ่ายเงินให้จำเลยที่ 1 ด้วยความ เกรงกลัวต่ออำนาจในการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ การกระทำของ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ดังกล่าวเป็นการร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจเพื่อให้คนขับรถยนต์บรรทุกมอบเงินให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพวกของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 แล้วและหากรถยนต์บรรทุกคันใดมีการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมายถ้าจำเลยที่ 1 เรียกเอาเงินจากคนขับรถได้แล้ว จำเลยที่ 2ถึงที่ 4 ก็จะไม่ทำการจับกุมการกระทำของจำเลยที่ 2 ถึง ที่ 4 ดังกล่าวย่อมเป็นการร่วมกันเรียกและรับเงินจากคนขับรถยนต์บรรทุกสำหรับตนเองโดยมิชอบเพื่อไม่กระทำการในตำแหน่งคือไม่จับกุมตามหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 แต่คืนเกิดเหตุมีการเรียกเก็บเงินหลายครั้งหลายหนจากบรรดาคนขับรถหลาย ๆ คนดังนี้ เมื่อโจทก์รวมการกระทำเหล่านี้ไว้ในฟ้องข้อเดียวกันโดยถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท คือผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148และ 149 จึงต้องบังคับให้เป็นไปตามคำขอของโจทก์ ซึ่งแต่ละบทมาตรามีโทษเท่ากัน และเมื่อผิดตามบทเฉพาะเช่นนี้แล้วก็ไม่จำต้องปรับบทความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157อันเป็นบททั่วไปอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2534เวลากลางคืนหลังเที่ยง ถึงวันที่ 2 กันยายน 2534 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยทั้งสี่กระทำความผิดและร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม คือก. จำเลยที่ 1 แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง 1กองกำกับการ 3 และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวงโดยจำเลยที่ 1 ไปยืนอยู่บริเวณสามแยกท่าพระ ตำบลบางพระอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ใช้ไฟฉายส่องเรียกตรวจรถยนต์บรรทุกที่แล่นผ่านและรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 81-6084 นครราชสีมา ที่นายสุนทร ลายหม้อเป็นผู้ขับแล่นผ่าน แล้วแสดงตนต่อผู้ขับรถยนต์ว่า จำเลยที่ 1 เป็นตำรวจทางหลวงมีอำนาจจับกุมผู้ขับรถยนต์บรรทุกที่กระทำผิดกฎหมายและเรียกเก็บเงินจากรถยนต์บรรทุกดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 มิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้นข.

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 3 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรา มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดต่อกฎหมายอาญาบนทางหลวงในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 2ถึงที่ 4 ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ประจำรถวิทยุตรวจการณ์ หมายเลข 3113 ปฏิบัติการในทางหลวงหมายเลข 304, 314 และ 315ออกจับกุมรถยนต์บรรทุกที่กระทำความผิดบนทางหลวงแผ่นดินในเขตรับผิดชอบ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตโดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณสามแยกบางพระได้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบร่วมกันจูงใจและให้ค่าจ้างจำเลยที่ 1 ออกไปยืนตรวจจับเรียกเก็บเงินจากรถยนต์บรรทุกที่แล่นผ่าน

เมื่อผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันใดจ่ายเงินให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ก็จะไม่ทำการจับกุม อันเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้บุคคลอื่นมอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จำเลยที่ 1เรียกเก็บเงินจากผู้ขับรถยนต์บรรทุกที่แล่นผ่านหลายคันรวมเป็นเงิน4,150 บาท และเรียกเก็บเงินจากนายสุนทร ลายหม้อผู้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 81-6084 นครราชสีมา เป็นเงิน 20 บาทเพื่อจะไม่จับกุม นายสุนทรมอบธนบัตรฉบับละ 10 บาท จำนวน2 ฉบับ ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำตำหนิไว้ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้นำเงินดังกล่าวไปมอบให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการกรมตำรวจ และนายสุนทรค.

ขณะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 กระทำความผิดตามฟ้องข้อ ข.จำเลยที่ 1 ช่วยเหลือให้ความสะดวกในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2ถึงที่ 4 โดยจำเลยที่ 1 ออกไปเรียกเก็บและรวบรวมเงินจากผู้ขับรถยนต์บรรทุกแต่ละคันที่แล่นผ่านให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมธนบัตรรวมเป็นเงิน4,150 บาท และธนบัตรฉบับละ 10 บาท จำนวน 2 ฉบับ ที่นายสุนทรมอบให้จำเลยอันเป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการกระทำความผิดตามฟ้องข้อ ข. และยึดได้ไฟฉาย 1 กระบอก ที่จำเลยที่ 1 ใช้เป็นเครื่องมือส่องเรียกให้รถยนต์บรรทุกจ่ายเงินและกระติกน้ำ 1 ใบที่ใช้เป็นที่ใส่เงินที่เรียกเก็บจากรถยนต์บรรทุกอันเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145, 148, 149, 157, 33, 83,86, 91 ริบของกลาง ยกเว้นเงิน 20 บาท ที่นายสุนทรมอบให้จำเลยให้คืนเจ้าของจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายจำเลยที่ 1 ออกจากคดีศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157, 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามบทเฉพาะมาตรา 148 จำคุกคนละ 5 ปีของกลางริบ ยกเว้นเงิน 20 บาท ที่นายสุนทร ลายหม้อมอบให้จำเลยให้คืนเจ้าของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2ถึงที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว พฤติการณ์แห่งคดีรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยที่ 2ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้จำเลยที่ 1 เป็นเครื่องมือเรียกเก็บเงินจากบรรดาคนขับรถยนต์บรรทุกที่แล่นผ่านไปมา ไม่เลือกว่าจะได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ ดังที่ได้ความว่าเพียงแต่จำเลยที่ 1 เข้าไปพูดว่า "ตามธรรมเนียม" เพียงเท่านี้ คนขับรถก็ต้องจ่ายเงินให้จำเลยที่ 1 เชื่อว่าเป็นไปด้วยความเกรงกลัวต่ออำนาจในการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 แม้มิได้กระทำความผิดก็จำใจต้องยอมให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจเพื่อให้คนขับรถยนต์บรรทุกมอบเงินให้แก่จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นพวกของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 แต่หากรถยนต์บรรทุกคันใดมีการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย ถ้าจำเลยที่ 1 เรียกเอาเงินจากคนขับรถได้แล้ว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ก็จะไม่ทำการจับกุม กรณีนี้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันเรียกและรับเงินจากคนขับรถยนต์บรรทุกสำหรับตนเองโดยมิชอบเพื่อไม่กระทำการในตำแหน่งคือ ไม่จับกุมตามหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 เงินของกลางที่ยึดได้มีจำนวนมากถึง 4,150 บาทแสดงว่ามีการเรียกเก็บเงินหลายครั้งหลายหนจากบรรดาคนขับรถหลาย ๆ คนในคืนเดียวกันโจทก์รวมการกระทำเหล่านี้ไว้ในฟ้องข้อ ข. โดยถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทคือผิดทั้งมาตรา 148 และ 149 จึงต้องบังคับให้เป็นไปตามคำขอของโจทก์ ซึ่งแต่ละบทมาตรามีโทษเท่ากัน และเมื่อผิดตามบทเฉพาะเช่นนี้แล้วก็ไม่จำต้องปรับบทความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157อันเป็นบททั่วไปอีกพิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 148 และ 149 ถือตามคำฟ้องของโจทก์ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุกจำเลยคนละ5 ปี ของกลางริบ เว้นแต่เงินของกลางจำนวน 20 บาท ให้คืนแก่เจ้าของ คำขออื่นให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรุณ น้าประเสริฐ · จรัญ หัตถกรรม · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2546

จำเลยได้รับแจ้งจาก ห. ว่าผู้เสียหายล่อลวง ห. ไปที่บังกะโลเพื่อล่วงเกินทางเพศ จำเลยโกรธแค้นจึงวางแผนให้ ห. โทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายให้ออกจากบ้านไปหา ห.ที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำร้ายสั่งสอนเป็นการแก้แค้นแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4045/2545

จำเลยทั้งสองให้คนต่างด้าวโดยสารรถยนต์จากที่แห่งหนึ่งไปส่งยังที่อีกแห่งหนึ่งโดยรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นคนต่างด้าวและเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4737/2545

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันล่าปะการังแข็งทุกชนิดในอันดับ Scleractinia และ Stylasterina ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งคำว่า "ล่า" นั้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้คำนิยามไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2519

พระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 48 แก้ไขโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่116 ข้อ 4 วันที่ 10 เมษายน 2515 ผู้ได้รับอนุญาตแปรรูปไม้โดยใช้แรงงาน ทำผิดใบอนุญาตโดยใช้เลื่อยวงเดือนและเครื่องไสกบไฟฟ้าอันเป็นเครื่องจักรก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2518

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน้าที่สืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ได้ร่วมกันตรวจค้นพบกัญชาและกล้องสูบกัญชาซึ่งเป็นของผิดกฎหมายในบ้านพักของ ว. แล้วไม่จับกุมนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้