Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ข้อบังคับโรงงานน้ำตาล กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพ.ศ. 2527 จะกำหนดว่า ถ้าพนักงานมีข้อผูกพันในอันที่จำต้องชำระเงินให้แก่โรงงานน้ำตาล ไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้หักเงินบำเหน็จที่จะต้องจ่ายชดใช้หนี้นั้นเสียก่อนก็ตาม แต่หนี้ที่จะนำมาหักเงินบำเหน็จนั้นต้องเป็นหนี้ที่พนักงานมิได้โต้แย้งหรือเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้ และจำนวนหนี้ต้องกำหนดได้แน่นอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 โจทก์นำสืบปฏิเสธมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย ทั้งคดีที่จำเลย ฟ้องให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย ศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงยังไม่แน่นอนว่า โจทก์มีข้อผูกพันในอันที่จำต้องชำระเงินให้จำเลยหรือไม่ และจำนวนเท่าใด จำเลยไม่มี สิทธิหักเงินบำเหน็จที่โจทก์มีสิทธิได้รับเพื่อชำระหนี้ค่าเสียหาย ตามข้ออ้างของจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2511 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2541 จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นพนักงานของโรงงานน้ำตาลสุพรรณบุรี ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 31,740 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 1 วันเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2541 จำเลยได้มีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลเลิกจ้างในวันที่ 1 สิงหาคม 2541 เนื่องจากจำเลยโอนขายกิจการโรงงานน้ำตาลให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ได้ทราบโดยชอบในวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 จึงเป็นการบอกกล่าวที่ไม่ชอบ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเงินบำเหน็จและเงินชดเชยพิเศษรวม 1,245,197.86 บาท แต่จำเลยจ่ายให้โจทก์เพียง 809,046.42 บาท คงค้างอีก 436,151.44 บาท

ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวน 436,151.44 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 31,740 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 1 วัน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์โดยชอบ จึงมีผลเลิกสัญญากันในวันที่ 1 สิงหาคม 2541 จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินบำเหน็จและเงินชดเชยพิเศษให้โจทก์ขาดไปจำนวน 381,907.50 บาท โดยจำเลยหักเงินไว้เพื่อชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยฟ้องขอให้โจทก์ชดใช้เพราะเหตุโจทก์ละเมิดต่อจำเลย

คดีดังกล่าวศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้โจทก์รับผิด จำเลยไม่มีสิทธิหักเงินจำนวนดังกล่าว จึงต้องคืนให้โจทก์ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 381,907.50 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีสิทธิอายัดหรือหักเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับไว้เพื่อชำระค่าเสียหายที่โจทก์ได้ก่อขึ้นในระหว่างทำงานได้ตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาล กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 ข้อ 1 นั้น เห็นว่า แม้ข้อบังคับโรงงานน้ำตาลดังกล่าว จะกำหนดว่า ถ้าพนักงานมีข้อผูกพันในอันที่จำต้องชำระเงินให้แก่โรงงานน้ำตาลไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้หักเงินบำเหน็จที่จะต้องจ่ายชดใช้หนี้นั้นเสียก่อนก็ตาม แต่หนี้ที่จะนำมาหักเงินบำเหน็จนั้นต้องเป็นหนี้ที่พนักงานมิได้โต้แย้งหรือเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้ และจำนวนหนี้ต้องกำหนดได้แน่นอน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 โจทก์นำสืบในคดีนี้ปฏิเสธว่ามิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย

ทั้งคดีที่จำเลยฟ้องให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย ศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงยังไม่แน่นอนว่าโจทก์มีข้อผูกพันในอันที่จำต้องชำระเงินให้จำเลยหรือไม่ และจำนวนแน่นอนเท่าใด ถือไม่ได้ว่าโจทก์มีข้อผูกพันในอันที่จำต้องชำระเงินให้แก่จำเลยตามข้อบังคับดังกล่าวข้อ 15 จำเลยไม่มีสิทธิหักเงินบำเหน็จที่โจทก์มีสิทธิได้รับเพื่อชำระหนี้ดังอุทธรณ์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล คุปต์กาญจนากุล · สละ เทศรำพรรณ · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้