Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3304/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 นิยามคำว่า 'ขาย' ไว้ว่าหมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ในการค้าหรือมีไว้เพื่อขาย ดังนั้นการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจขายยาปลอมโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ายาดังกล่าวเป็นพร้อมกับระบุชื่อผู็ผลิตและเลขทะเบียนตำรับยาที่แสดงไว้ว่าไม่เป็นความจริง เช่นนี้ ฟ้องของโจทก์พอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 หาจำต้องระบุว่าจำเลยขายยาปลอมให้แก่ใคร เมื่อใด จำนวนเท่าใด เลขตำรับยานั้นความจริงเป็นยาอะไรไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ จำเลยจะโต้เถึยงในชั้นฎีกาว่าจำเลยกระทำโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว และที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษก็เป็นฏีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวเช่นกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 218 พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจขายยาปลอมโดยมียาเตตราซัยคลินไฮโดรคลอไรด์แคปซูล จำนวน 6 กระป๋อง จำนวน 5,535 แคปซูล ซึ่งเป็นยาที่แสดงชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มโคฟาร์มาซูติคอล เป็นผู้ผลิตและเป็นยาตามตำรับยาที่ขึ้นทะเบียนไว้เลขที่ 1156/2528ซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นยาปลอมไว้เพื่อขาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 72, 73, 119, 126 พระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 3 พ.ศ.ก 2522 มาตรา 20 กับริบยาปลอมของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาพ.ศ. 2510 มาตรา 72, 73, 119, 126, พระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2522 มาตรา 20 ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาข้อ 2 (ก) ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะโจทก์คงกล่าวในฟ้องเพียงว่า จำเลยบังอาจขายยาปลอมเท่านั้นจึงเป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 บัญญัตินิยามคำว่า 'ขาย' ไว้ว่า หมายความรวมถึงจำหน่าย จ่าย แจกหรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ในการค้าและมีไว้เพื่อขาย ดังนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจขายยาปลอมโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ายาดังกล่าวเป็นยาปลอมฟ้องของโจทก์จึงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วหาจำต้องระบุว่าจำเลยขายยาปลอมให้แก่ใคร

เมื่อใด จำนวนเท่าใดดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใดไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายว่า ยาปลอมที่จำเลยขายคือยาอะไรและยาที่ขายเป็นยาปลอมเพราะเหตุใด เห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ครบถ้วนแล้ว ที่จำเลยฎีกาอีกว่า ฟ้องโจทก์เพียงแต่อ้างว่ายาของกลางที่แสดงชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้ผลิต และเลขทะเบียนตำรับยา ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าเลขทะเบียนตำรับยาดังกล่าวความจริงเป็นยาอะไร หรือไม่มีตำรับยาที่ขึ้นทะเบียนไว้เลย เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขายยาปลอมพร้อมกับระบุชื่อผู้ผลิตและเลขทะเบียนตำรับยาที่แสดงไว้ก็ไม่เป็นความจริง อันมีความหมายอยู่ในคัวว่ายาที่จำเลยขายนั้นเป็นยาปลอมนั่นเองจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบรรยายว่าเลขตำรับยานั้นความจริงเป็นยาอะไร

ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้วฎีกาของจำเลยในข้อหานี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกามาในข้อ 2(ข) ว่า ศาลควรลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 119 วรรคสอง เพราะจำเลยกระทำไปโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจขายยาปลอม และได้กระทำโดยรู้ว่าเป็นยาปลอม ซึ่งจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพ ดังนี้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามคำฟ้องโจทก์ดังกล่าว จำเลยจะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่าจำเลยกระทำไปโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมหาได้ไม่เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้วส่วนที่จำเลยอ้างว่าจำเลยได้ถอนคำให้การรับสารภาพไปแล้วนั้น ก็ไม่ปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงดังกล่าวในสำนวนดังที่จำเลยฎีกา และที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีการอการลงโทษนั้น ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 119 โดยไม่ระบุวรรคนั้นเห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาพ.ศ. 2510 มาตรา 119 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10758/2556

ป.วิ.อ. มาตรา 196 บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย โดยมิได้บัญญัติให้คู่ความต้องโต้แย้งไว้ดังที่บัญญัติไว้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2551

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7308/2547

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 309 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคแรก ความผิดตาม ป.อ. มาตรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้