Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3304/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อกล่าวหาที่อ้างว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้กับคดีสองสำนวนคดีก่อนเป็นการกล่าวอ้างถึงการกระทำความผิดของจำเลยอย่างเดียวกัน คือกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นกรณีพิพาทรายเดียวกันวันเวลาที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดก็อยู่ในช่วงเดียวกันถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน คดีสองสำนวนก่อนศาลได้พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยวินิจฉัยว่าการกระทำไม่เป็นความผิด และคำพิพากษาดังกล่าวได้ถึงที่สุดไปแล้ว แม้โจทก์คดีนี้จะมิใช่เป็นคนเดียวกับโจทก์ในคดีก่อนก็ตาม ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 อีก แต่คดีสำหรับจำเลยที่ 3 นั้น ไม่ปรากฏว่าได้ถูกฟ้องในคดีสองสำนวนก่อนด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเข้าไปยกแผงและโต๊ะของโจทก์ไปจากที่ตั้งทำการค้า แล้วนำเอาตู้อบขนมปังมาตั้งแทนที่ เป็นการรบกวนการครอบครองทำการค้าของโจทก์บนที่ดินซึ่งโจทก์เป็นผู้ได้รับอาศัยและครอบครองจากนายยงยุทธด้วยความปกติสุขตลอดขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕(๒)(๓), ๘๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล มีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้ เป็นทางเดินส่วนบุคคลบนที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๑๓๖๑๒ ของนายยงยุทธ เทียนประทุมเป็นทางอยู่หน้าห้องแถวของนายยงยุทธเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวที่ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และบุคคลอื่นเช่า ก่อนโจทก์นำคดีนี้มาฟ้อง นายยงยุทธเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเคยฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นจำเลยในข้อหาความผิดฐานบุกรุกโดยกล่าวหาว่าเมื่อระหว่างวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันบุกรุกด้วยการนำเอาตู้อบขนมปังไปวางและล่ามโซ่ไว้บนทางอันเป็นข้อพิพาทในที่ดินแปลงเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๗๗๖/๒๕๒๒ นอกจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะถูกฟ้องตามสำนวนคดีดังกล่าวแล้วเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ยังถูกพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่า

เมื่อระหว่างวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๑ ถึงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ ได้ยุยงส่งเสริมและอนุญาตให้พวกของจำเลยที่ ๑ เข้าไปตั้งแผงลอยวางหาบเร่ทำการขายอาหารและผลไม้บนที่ดินเป็นการรบกวนการครอบครองของนายยงยุทธ อันเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกในที่ดินแห่งเดียวกันนี้อีกคดีหนึ่ง ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๓๙๗๕/๒๕๒๒ คดีอาญาทั้งสองสำนวนดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งรวมการพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ดังปรากฏตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๙๘๕, ๘๙๘๖/๒๕๒๒ ของศาลอาญา ในปัญหาที่ว่าการกระทำตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้เป็นกรรมเดียวกับการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่นายยงยุทธและพนักงานอัยการโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามคดีสองสำนวนก่อนหรือไม่นั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้ออ้างที่กล่าวหาจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้กับคดีสองสำนวนดังกล่าวข้างต้น เป็นการกล่าวอ้างถึงการกระทำความผิดของจำเลยอย่างเดียวกัน คือกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นกรณีพิพาทรายเดียวกันวันเวลาที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดก็อยู่ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดอันเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน คดีสองสำนวนก่อนศาลได้พิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เป็นความผิดเพราะจำเลยที่ ๑ สำคัญผิดในสิทธิของตน ไม่มีเจตนาบุกรุกและไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมยกตู้อบขนมปังมาตั้งไว้ และคำพิพากษาดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้วเพราะไม่ปรากฏว่ามีฝ่ายใดโต้แย้งเป็นอย่างอื่น แม้โจทก์ในคดีนี้จะมิใช่เป็นคนเดียวกับโจทก์ในคดีก่อนก็ตาม ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วดังนั้นสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔)โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อีก แต่คดีสำหรับจำเลยที่ ๓ นั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๓ ถูกฟ้องในคดีอาญาสองคดีก่อนด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ เป็นคดีนี้ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายชลิต ประไพ
ศาลศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้