คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๙๑, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๙๑, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา๗, ๗๒ วรรคหนึ่ง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก ๒ ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน และลดโทษกึ่งหนึ่งสำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืน คงจำคุก ๖ เดือน รวมจำคุกจำเลย ๑ ปี ๑๐ เดือน ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ วางโทษจำคุก ๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๘ เดือน รวมกับโทษจำคุกฐานมีอาวุธปืนในครอบครองอีก ๖ เดือนคงจำคุก ๑๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในข้อหาปลอมเอกสารนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ แต่ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ให้จำคุก ๒ ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕ จำคุก ๑ ปร เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มิได้แก้บทมาตราแห่งความผิด เพียงแต่ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษให้ถูกต้อง และศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก จำเลยฎีกาว่าคำเบิกความของพยานโจทก์ไม่น่าเชื่อ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหานี้ เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย สำหรับฎีกาข้อต่อไปของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษให้จำเลยหรือลงโทษสถานเบาในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่าความผิดตามข้อหานี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้โดยมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาจำเลย.