Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3291/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยในศาลชั้นต้น ตัวโจทก์มาศาลและลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกับทนายโจทก์ โดยไม่ได้ทักท้วงหรือแถลงให้ทราบว่าการทำสัญญาดังกล่าวไม่ตรงตามเจตนาของโจทก์ จนศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมให้แล้ว โจทก์จะมากล่าวอ้างภายหลังว่า โจทก์ถูกทนายโจทก์กับจำเลยร่วมกันฉ้อฉลให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารและรั้วคอนกรีตของจำเลยเฉพาะส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ออกไปจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน513.30 บาท กับค่าเสียหายอีกปีละ 300 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ได้มีการรุกล้ำและโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ในวันนัดสืบพยานโจทก์เมื่อวันที่7 กันยายน 2530 โจทก์ จำเลย และทนายความของทั้งสองฝ่ายมาศาล ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า ข้อ 1 โจทก์ยินยอมจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินบางส่วนในโฉนดที่ดินเลขที่ 11458ตำบลอินทร์บุรี (ท่างาม)

อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เฉพาะบริเวณที่สิ่งปลูกสร้างของจำเลยปลูกรุกล้ำเข้ามาเนื้อที่ 5 2/10ตารางวา ปรากฏตามแผนที่ท้ายหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่จำเลย และจำเลยยินยอมใช้ค่าที่ดินภาระจำยอมให้แก่โจทก์เป็นเงิน 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยจะชำระให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรีในวันจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าว ข้อ 2 โจทก์จำเลยตกลงจะไปจดทะเบียนภาระจำยอม ณสำนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี ภายในวันที่ 18 กันยายน 2530ข้อ 3 ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนภาระจำยอมโจทก์จำเลยจะออกคนละครึ่งและข้อ 4 โจทก์จำเลยไม่เรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยและทนายโจทก์ได้ร่วมกันกระทำการฉ้อฉลในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยให้โจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินของโจทก์ส่วนที่อาคารและรั้วของจำเลยรุกล้ำเข้ามาให้แก่จำเลย โดยให้จำเลยเสียค่าตอบแทน 15,000 บาท ซึ่งไม่ตรงกับเจตนาของโจทก์เจตนาที่แท้จริงของโจทก์คือต้องการให้จำเลยเช่าหรือซื้อที่ดินส่วนที่พิพาทจากโจทก์ขอให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความตัวโจทก์ก็มาศาลและลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกับทนายโจทก์ด้วย โดยไม่ทักท้วงหรือแถลงให้ศาลทราบว่าไม่ตรงตามเจตนาของโจทก์ จนศาลพิพากษาตามยอมให้ ที่อ้างว่าทนายโจทก์กับจำเลยร่วมกับฉ้อฉลโจทก์ฉ้อฉลอย่างไรก็ตาม โจทก์จะอ้างว่าได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลโดยถูกฝ่ายจำเลยฉ้อฉลหาได้ไม่ อุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยได้กระทำโดยศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมให้แล้ว ซึ่งโจทก์ก็มาศาลและลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าผู้พิพากษาที่พิจารณาทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ด้วยก่อนศาลชั้นต้นจะพิพากษาตามยอม ก็ต้องอ่านสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์จำเลยฟังแล้ว โจทก์หาได้คัดค้านหรือทักท้วงไม่หากโจทก์ไม่เข้าใจว่าภาระจำยอมหมายความว่าอย่างไร ก็สามารถสอบถามศาลก่อนลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความได้ พฤติการณ์ที่โจทก์มาศาลและลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย จนศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมให้ โจทก์จะมากล่าวอ้างภายหลังว่าโจทก์ถูกทนายโจทก์กับจำเลยร่วมกันฉ้อฉลให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567

การแพ้หรือชนะคดีกันตามคำท้านั้น ผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ท้ากันจะต้องชัดเจนตรงกับประเด็นตามคำท้าโดยที่ศาลไม่ต้องตีความผลดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดอีก เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการถือเอาคำวินิจฉัยของศาลเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308/2563

คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีที่ ส. สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ฟ้องบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยร่วมกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้