Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาตามยอมมีความว่า เมื่อโจทก์ไม่สามารถบังคับคดีจากจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 2 ยอมชำระแทนภายใน 6 เดือนดังนี้ หมายความว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์ที่โจทก์จะยึดมาขายทอดตลาดได้โจทก์จึงจะยึดทรัพย์จำเลยที่ 2 ได้ โจทก์จึงยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1,2 พร้อมกันไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1, 2 ในการบังคับคดีโดยคำพิพากษาตามยอมศาลชั้นต้นยกคำร้องคัดค้านของจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2พร้อมกับยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 มาขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้หรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปจำเลยที่ 2ได้ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ไว้จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาโจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามสัญญาในที่สุดโจทก์กับจำเลยที่ 1และที่ 2 ขอให้ศาลทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2515สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมีข้อความว่า "ข้อ 1. จำเลยที่ 1ยอมชำระต้นเงิน ดอกเบี้ยจำนวน 317,375 บาท 42 สตางค์ (สามแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสามร้อยเจ็ดสิบห้าบาทสี่สิบสองสตางค์) ให้โจทก์ โดยขอชำระครั้งเดียวทั้งหมดภายใน 1 เดือน

นับแต่วันทำสัญญายอมนี้เป็นต้นไป หากผิดนัดชำระยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที" และ "ข้อ 2. ถ้าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้และโจทก์ไม่สามารถบังคับคดีได้ จำเลยที่ 2 ยอมชำระแทนภายในจำนวนเงินไม่เกิน247,443 บาท 50 สตางค์ (สองแสนสี่หมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสี่สิบสามบาทห้าสิบสตางค์)ภายใน 6 เดือน" ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวแล้ว เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ ให้โจทก์บังคับคดีคือยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 มาขายทอดตลาดชำระหนี้เสียก่อน และเมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ และโจทก์ไม่สามารถบังคับคดีได้ ซึ่งหมายความว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินที่โจทก์จะยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดได้ โจทก์จึงจะมีสิทธิยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 มาขายทอดตลาดต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องกระทำภายในกำหนด 6 เดือน

ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอบังคับคดีโดยยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้พร้อมกันในคราวเดียวกัน จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 พร้อมกับยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ขายทอดตลาดชำระหนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ วราภรณ์ · ยง โรจนสุพจน์ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้