Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3286/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเอาสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองคำรวมราคา 30,000 บาทของผู้เสียหายไปเพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้เสียหายได้ร่วมประเวณีกับจำเลย เพราะเหตุที่ผู้เสียหายไม่ยอมชำระเงินจำนวน 5,000 บาทตามที่ได้ตกลงกันไว้ เป็นการเอาไปเพื่อหักใช้หนี้กันและทรัพย์ที่เอาไปนั้น จำเลยก็เข้าใจว่ามีราคาไม่เกินกว่าจำนวนหนี้ที่เป็นหนี้จำเลยอยู่ จำเลยเอาทรัพย์ไปเพราะจำเลยเชื่อว่าเป็นประโยชน์ที่จำเลยควรได้ จึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทองคำ 3 องค์ ราคา 30,000 บาท ของนายเขียว อั้นตั้งผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 1 ปี คำให้การและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือนจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติตามที่นำสืบรับกันว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายได้พาจำเลยไปหลับนอนและร่วมประเวณีที่ห้องพักโรงแรมควีนส์ที่เกิดเหตุ หลังจากร่วมประเวณีกันแล้วผู้เสียหายได้นอนหลับไป

ขณะผู้เสียหายนอนหลับจำเลยได้เอาสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท และพระเลี่ยมทองคำ 3 องค์รวมราคา 30,000 บาท ของผู้เสียหายซึ่งถอดวางไว้ในห้องเกิดเหตุไป คงเหลือนาฬิกาข้อมือยี่ห้อมิโดราคา 5,000 บาท กับเงินสดอีกประมาณ 2,000 บาท ต่อมาจำเลยได้นำสร้อยคอไปจำนำเป็นเงิน5,000 บาท จำเลยนำสืบว่าผู้เสียหายตกลงร่วมประเวณีกับจำเลยจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 5,000 บาท เมื่อร่วมประเวณีกันแล้วผู้เสียหายไม่ยอมจ่ายและขอนอนต่อ 2 ชั่วโมง เมื่อถึง 2 ชั่วโมง แล้วผู้เสียหายไม่ยอมตื่น จำเลยจึงเอาทรัพย์สินของผู้เสียหาย ซึ่งจำเลยเข้าใจว่ามีราคาเท่ากับค่าตอบแทนไปและจำเลยยังได้เขียนชื่อนามสกุลและที่อยู่จำเลยให้ผู้เสียหายทราบในข้อนี้ผู้เสียหายเบิกความว่า ในคืนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ไปที่บังกะโลซีซ่าร์เพื่อหาหญิงบริการไปหลับนอนด้วย และต่อมามีผู้แนะนำจำเลยจึงได้พาจำเลยไปร่วมหลับนอนด้วย และหลังจากจำเลยหนีไปแล้วได้ความว่าจำเลยเขียนข้อความใส่กระดาษวางไว้ที่หน้ากระจก จึงเป็นการเจือสมกับที่จำเลยนำสืบ

ดังนั้น การที่จำเลยเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปจึงฟังได้ว่าเอาไปเพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้เสียหายได้ร่วมประเวณีกับจำเลย เพราะเหตุที่ผู้เสียหายไม่ยอมชำระเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ เห็นได้ว่าเจตนาของจำเลยที่เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปนั้นก็เพื่อจะถือเอาไปเป็นการใช้หนี้ที่ผู้เสียหายเป็นหนี้จำเลยอยู่ เป็นการเอาไปเพื่อหักใช้หนี้กันและทรัพย์ที่เอาไปนั้นจำเลยก็เข้าใจว่ามีราคาไม่เกินกว่าจำนวนหนี้ผู้เสียหายเป็นหนี้จำเลยอยู่ มิฉะนั้นก็น่าจะเอานาฬิกาข้อมือและเงินสดของผู้เสียหายไปเสียด้วย หรือจำนำให้มีจำนวนสูงกว่าค่าตอบแทนและไม่จำต้องเขียนชื่อที่อยู่ให้ผู้เสียหายทราบ เมื่อผู้เสียหายติดตามไปพบจำเลย จำเลยก็คืนพระเลี่ยมทองคำและบอกแหล่งรับจำนำให้ทราบทันที ตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ดังกล่าวศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยเอาทรัพย์ไปเพราะจำเลยเชื่อว่าเป็นประโยชน์ที่จำเลยควรได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้