Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2514 (เลขอ้างอิง 32795)

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซื้อที่พิพาทของโจทก์จากการขายทอดตลาดของศาล เป็นที่ดินมือเปล่า และข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ขายที่พิพาทคืนแก่โจทก์แล้ว การที่โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิมจนกระทั่งเกิดมีข้อพิพาทกันขึ้นนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันสำนวนแรก

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มีที่ดินมี ส.ค.1สามแปลง เมื่อ พ.ศ. 2506 โจทก์แพ้คดีจำเลยที่ 1 และถูกยึดที่ดินทั้งสามแปลงนี้ขายทอดตลาด จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อได้แต่ไม่ได้เข้าครอบครองไม่ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธินิติกรรมสอบสวนสิทธิในที่ดินประเภทขายตามคำสั่งศาล โจทก์คงครอบครองที่นี้ตลอดมา จนวันที่ 3 เมษายน 2507จำเลยที่ 1 ขายที่ดินทั้งสามแปลงคืนให้แก่โจทก์ โจทก์จึงเปลี่ยนเข้าครอบครองโดยสงบเปิดเผยอย่างเจ้าของตลอดมาเป็นเวลา 3 ปี ครั้นวันที่ 7 กรกฎาคม 2509 โจทก์มอบอำนาจให้นายเกียงไปร้องขอให้อำเภอบำเหน็จณรงค์รับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งสองคนสมคบกันปลอมแปลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ในใบมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและทำนิติกรรมตามคำสั่งศาลและขอรับรองการทำประโยชน์

ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินทั้งสามแปลงเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง หนังสือซื้อขายที่ดินทั้งสามแปลงที่จำเลยที่ 1 ซื้อจากการขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิดีกว่าโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ซื้อที่พิพาทแล้วครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา โจทก์ขออาศัยอยู่ในห้องแถวของจำเลยที่ 1และรับว่าจะปกครองที่ดินสามแปลงแทนจำเลยอนุญาต ต่อมาจำเลยที่ 1ให้จำเลยที่ 2 ปกครองแทน และมอบอำนาจให้ติดต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอบำเหน็จณรงค์แทน หาได้สมคบกันปลอมแปลงดังโจทก์ฟ้องไม่ จำเลยไม่เคยขายที่ดินสามแปลงให้โจทก์หรือนายเกียงสำนวนหลัง

โจทก์ฟ้องใจความเป็นทำนองเดียวกับคำให้การในคดีแรก และมีข้อความเพิ่มเติมอีกว่าหลังจากให้จำเลยอาศัยอยู่ในห้องแถวแล้ว โจทก์มอบอำนาจให้นายกองปกครองทรัพย์รายนี้แทน และนำรังวัดเพื่อโอนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของแต่จำเลยที่ 1 ได้ไปขอให้เจ้าพนักงานออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินสามแปลงนี้เป็นของจำเลยที่ 1 จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาทจำเลยให้การว่าโจทก์ขายที่พิพาทคืนให้จำเลย และปล่อยให้จำเลยครอบครองตลอดมาเป็นเวลาเกิน 1 ปีแล้ว คดีของโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นเรียกนายทัศน์กับนายเกียงว่าโจทก์ เรียกนายกิมเซียนายกองว่าจำเลย และพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่พิพาทโจทก์อุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาทั้งสองสำนวนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาว่าจำเลยขายที่พิพาทสามแปลงและสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อมาจากการขายทอดตลาดของศาลคืนแก่โจทก์หรือไม่ตามข้อนี้โจทก์ไม่มีหลักฐานการซื้อขาย คงมีแต่พยานบุคคลและเอกสารมาประกอบ แต่พยานบุคคลเบิกความแตกต่างขัดกัน พยานเอกสารที่อ้างอิงก็ไม่น่าเชื่อดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้เหตุผลไว้ในคำพิพากษาแล้วไม่เชื่อว่าจำเลยขายทรัพย์สินที่พิพาทคืนแก่โจทก์ การที่โจทก์ครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิมจนกระทั่งเกิดมีข้อพิพาทกันขึ้นนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครองดังที่โจทก์ฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้