Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนรถยนต์ เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะของโจทก์ ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ไม่เป็นรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง อันจักต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายตาม ป.รัษฎากร มาตรา 65 ตรี (9).

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2530โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินเพิ่มจากจำเลยที่ 2 เลขที่ 1039/2/00764 ให้โจทก์นำภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่ม 4,403,615.49 บาท ไปชำระให้แก่จำเลยที่ 1 ภายใน 30 วันโจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบจึงได้ออุทธรณ์คัดค้าน ต่อมาจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ลดภาษีที่เรียกเก็บลงคงเหลือเรียกเก็บเงินภาษี 2,773,676.24 บาท และเงินเพิ่ม 277,267.63บาท รวมเรียกเก็บทั้งสิ้นเป็นเงิน 3,049,943.87 บาท โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

เพราะที่จำเลยอ้างว่าโจทก์นำค่าใช้จ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิ และ65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรมาหักเป็นค่าใช้จ่ายนั้น บางรายการเป็นการอ้างโดยไม่มีเหตุผลอ้างอิง กล่าวคือ รายการค่าจดทะเบียนรถยนต์หลักฐานเป็นชื่อผู้อื่นนั้นความจริงเป็นค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถยนต์ที่โจทก์ได้ขายให้แก่ลูกค้าที่กรุงเทพมหานคร ส่วนกรณีการขายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าต่างจังหวัด โจทก์ก็จะขายผ่านผู้แทนจำหน่ายซึ่งโจทก์กับผู้แทนจำหน่ายมีข้อตกลงให้ผู้แทนจำหน่ายเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ดังนั้นที่จำเลยอ้างเหตุว่าโจทก์สามารถผลักภาระการออกค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนให้ลูกค้าได้ โจทก์จึงไม่มีรายจ่ายดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ขอให้เพิกถอนแบบแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มกับเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เลขที่ 202 ก/2531/2ที่ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มจำนวน 3,049,943.87บาท และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5เลขที่ 202 ข/2531/2 ที่ให้เปลี่ยนแปลงยอดขาดทุนสิทธิสำหรับปี2524 ใหม่ หรือให้จำเลยคำนวณเปลี่ยนแปลงแก้ไขการประเมินภาษีสำหรับปี 2523 และแก้ไขยอดขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2524 ใหม่ภายใน 30 วัน

นับแต่วันที่ศาลพิพากษาจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าเพียงว่า โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในรายการค่าจดทะเบียนรถยนต์หลักฐานเป็นชื่อผู้อื่นหรือไม่ และจะนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้หรือไม่ ...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบมานั้นฟังได้ตรงกันว่ามีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนรถยนต์เป็นของผู้ซื้อจริงส่วนโจทก์หรือผู้ซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้นั้น โจทก์มีนายสุทัศน์ คูหาวันต์ สมุห์บัญชีของโจทก์ นางสาวถาวร พัวศิริรักษ์ผู้ตรวจสอบภายใน และนายสมนึก ลิ้มลาภผล ซึ่งเคยทำงานอยู่แผนกทะเบียนของโจทก์ เบิกความได้ข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์เป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนรถยนต์ให้เป็นชื่อของผู้ซื้อที่ซื้อรถยนต์จากโจทก์ และตามเอกสารหมาย จ.50 แผนที่ 51 ก็มีการลงรายการค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้ให้เห็นเป็นตัวอย่าง ทั้งโจทก์ยังได้นำผู้ซื้อรถยนต์จากโจทก์มาเบิกความถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้โดยนางสาวจิรภา

ซื่อสัตย์ประเสริฐ นางละเอียด จิตรมั่น และนายไมตรีกรรณบูรพา กับนางชบา แจ่มใส ในฐานะพนักงานของบริษัทเชสแมนฮัตตันอินเวสเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อรถยนต์จากโจทก์เบิกความต้องกันว่าค่าจดทะเบียนรถยนต์ให้เป็นของผู้ซื้อนั้น โจทก์เป็นคนออกอันเป็นข้อเท็จจริงที่ได้ความตรงกันกับที่พนักงานของโจทก์เบิกความโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายไมตรีและนางชบานั้นเป็นพนักงานของบริษัทเชสแมนฮัตตันอินเวสเม้นท์ จำกัด ถ้าบริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ซื้อรถยนต์จากโจทก์เป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่นายไมตรีและนางชบาจะมาเบิกความตามที่กล่าว เพราะจะทำให้บริษัทที่ตนทำงานอยู่ต้องเสียสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ส่วนจำเลยทั้งห้าไม่มีพยานที่รู้เห็นเกี่ยวกับการออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คงมีแต่คำของนางเพียงพรรณ

พิฤทธิ์บูรณะ และนางสาวนฤมล นาคศรีชุ่มมาเบิกความเพียงว่า ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมในเรื่องดังกล่าวมิได้ออกในชื่อของโจทก์เท่านั้น และในข้อนี้โจทก์ก็มีสิบตำรวจโทอนันต์ พันธ์พฤกษ์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่เคยทำหน้าที่อยู่ในแผนกทะเบียนรถยนต์ มาเบิกความได้ข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันกับที่ได้ความจากคำของพยานโจทก์ที่เป็นพนักงานของโจทก์ตามที่กล่าวข้างต้นว่าในทางปฏิบัตินั้นการออกใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมจะออกในชื่อของผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถ ดังนั้น การที่ใบเสร็จรับเงินมิได้มีชื่อของโจทก์ไม่ใช่ข้อที่จะแสดงให้เห็นเป็นการแน่นอนว่า โจทก์มิได้เป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ กรณีต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง

ๆ ว่าโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หรือไม่ เมื่อได้พิจารณาพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายตามที่กล่าวไว้ข้างต้น มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้เสียค่าใช้จ่ายในรายการค่าจดทะเบียนรถยนต์หลักฐานเป็นชื่อผู้อื่น และค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นการจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะของโจทก์ ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่เป็นรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง อันจักต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(9) การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ไม่ยอมให้โจทก์นำรายจ่ายในส่วนนี้มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิจึงเป็นการไม่ชอบ..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้