Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3269/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งคำร้อง ของ โจทก์ในตอนแรกว่านัดสืบพยานโจทก์ตามขอ ซึ่งหมายถึงวันที่ 16 มีนาคม 2533เวลา 13.30 นาฬิกา ดังนั้นการที่ศาลหรือเจ้าพนักงานศาลมาเปลี่ยนวันนัดสืบพยานโจทก์ใหม่เป็นวันที่ 2 มีนาคม 2533เวลา 9 นาฬิกา เป็น การกำหนดหรือปฏิบัติผิดไปจากคำสั่งเดิมของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้วโดยชัดแจ้ง เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งดังกล่าวหรือได้มีการออกหรือส่งหมายนัดดังกล่าวไปให้โจทก์ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและไม่มีพยานมาสืบให้ยกฟ้องโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความจึงยังไม่ชอบ โจทก์ย่อมมีอำนาจขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดชำระเงิน 98,015.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ส่วนจำเลยที่ 1 มิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด

โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 25 มกราคม 2533 ขอให้ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ 1ขาดนัดยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 16 มีนาคม 2533เวลา 13.30 นาฬิกา ศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การนัดสืบพยานโจทก์ตามขอ หมายแจ้งวันนัดให้จำเลยทั้งสองทราบ ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด ให้โจทก์นำส่งภายใน 7 วัน และในคำร้องของ โจทก์ดังกล่าวยังปรากฏมีข้อความถัดจากที่ศาลชั้นต้นสั่งลงมาข้างล่างอีกว่านัดสืบพยานโจทก์วันที่ 2 มีนาคม เวลา 9 นาฬิกา หมายนัดโจทก์จำเลยไม่พบหรือไม่มีผู้ใดรับแทนโดยชอบให้ปิดหมาย ต่อมาเมื่อวันที่2 มีนาคม 2533 จำเลยทั้งสองยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 2 มีนาคม 2533 เวลา 9 นาฬิกา

โจทก์ไม่มาศาล ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบและขาดนัดพิจารณาของให้ยกฟ้องโจทก์เสีย ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า โจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและมีคำสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาและไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกฟ้องโจทก์ และจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความโจทก์ยื่นคำร้องสองฉบับ ฉบับแรกความว่า โจทก์ไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณาเพราะเข้าใจโดยสุจริตว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่16 มีนาคม 2533 เวลา 13.30 นาฬิกา ตามขอ วันที่ 2 มีนาคม 2533ทนายโจทก์นัดความไว้ก่อนแล้วที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 มีนาคม 2533 จึงมิได้ขอเลื่อนคดี ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปศาลชั้นต้นสั่งว่า

โจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มีเหตุจะพิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ส่วนฉบับหลังความว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องและจำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ และที่ให้ยกคำร้องฉบับแรกของโจทก์นั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์เข้าใจโดยสุจริตว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 16 มีนาคม 2533 เวลา13.30 นาฬิกา โจทก์ไม่ทราบคำสั่งที่ให้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่2 มีนาคม 2533 เวลา 9.00 นาฬิกา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2533ทนายโจทก์ได้มาขอทราบคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่แจ้งว่าสำนวนยัง ไม่ลงมาและเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2533 โจทก์ได้ตรวจดูสำนวนจึงทราบว่าศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีโจทก์ไปแล้ว และพบว่าในคำร้องของ

โจทก์ฉบับลงวันที่ 25 มกราคม 2533 มีข้อความว่า "นัดสืบพยานโจทก์วันที่2 เดือนมีนาคม เวลา 9.00 นาฬิกา หมายนัดโจทก์ จำเลย ไม่พบหรือไม่มีผู้ใดรับแทนโดยชอบให้ปิดหมาย" โดยไม่ปรากฏลายมือชื่อผู้รับผิดชอบข้อความดังกล่าว และไม่มีการส่งหมายนัดสืบพยานให้โจทก์ทราบแต่อย่างใด ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวศาลชั้นต้นสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ต่อไป แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของ

โจทก์ในตอนแรกว่า นัดสืบพยานโจทก์ตามขอ ซึ่งหมายถึงวันที่ 16 มีนาคม 2533เวลา 13.30 นาฬิกา ตามที่ปรากฏอยู่ในท้ายคำร้องของ โจทก์โดยชัดแจ้งแล้ว ดังนั้น การที่ศาลหรือเจ้าพนักงานศาลมาเปลี่ยนวันนัดสืบพยานโจทก์ใหม่เป็นวันที่ 2 มีนาคม 2533 เวลา 9 นาฬิกา เป็นการกำหนดหรือปฏิบัติผิดไปจากคำสั่งเดิมของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้วโดยชัดแจ้งเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งดังกล่าวหรือได้มีการออกหรือส่งหมายนัดดังกล่าวไปให้โจทก์ทราบแต่อย่างใด คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาและไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกฟ้องโจทก์ และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความจึงยังไม่ชอบ โจทก์ย่อมมีอำนาจขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายยสวัสดิ์ · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6260/2568

ป.วิ.พ. มาตรา 65 การถอนตัวจากการเป็นทนายความมีขั้นตอนที่สำคัญ 2 ประการ คือ ประการแรก ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ทนายความถอนตัว ศาลต้องพอใจว่าทนายความได้แจ้งให้ตัวความทราบเรื่องการขอถอนตัวของทนายความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2568

การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้คัดค้านหรือทนายความของผู้คัดค้าน ซึ่งถือว่าเป็นการส่งโดยวิธีธรรมดาก่อนตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา ๗…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2568

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้นั้นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 กล่าวคือ ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้