Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3268/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องเป็นบิดาของจำเลยที่ 1 เคยใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ของกลางไปซื้อของและเคยจับได้ว่าจำเลยที่ 1 แอบเอารถจักรยานยนต์ของกลางไปขับในเวลากลางคืน ซึ่งไม่ปรากฏผู้ร้องได้ดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำดังกล่าวขึ้นอีกแต่อย่างใด แต่กลับปล่อยปละละเลยให้จำเลยที่ 1 สามารถนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดได้อีก ทั้งที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ร้อง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าผู้ร้องยินยอมอนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้ได้ตลอดเวลาตามที่จำเลยที่ 1 ต้องการ โดยไม่คำนึงถึงว่าจำเลยที่ 1 จะนำไปใช้ในกิจการใด การที่จำเลยที่ 1 นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับแข่งกับพวกบนทางเดินรถสาธารณะในเวลากลางคืน ถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 โดยปริยาย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองและสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า ผู้ร้องเป็นบิดาของจำเลยที่ 1 และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลาง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่ ผู้ร้องนำสืบว่าผู้ร้องซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางเพื่อขับไปทำงานและส่งบุตรไปโรงเรียน จำเลยที่ 1 แอบทำเลียนแบบกุญแจรถจักรยานยนต์ของกลางไว้แล้วนำรถจักรยานยนต์ไปขับแข่งกันจนถูกจับกุม โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ 1 เอารถจักรยานยนต์ไป แต่จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2545 ต่อหน้าผู้ร้องว่า

ผู้ร้องซื้อรถจักรยานยนต์ให้จำเลยที่ 1 ขับไปโรงเรียนสหพาณิชย์ ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับรองรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวโดยมิได้โต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้ร้องเบิกความว่า ผู้ร้องเก็บกุญแจรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ที่หัวเตียงและผู้ร้องจำนำกุญแจรถดังกล่าวทั้งสองดอกติดตัวไปทำงานด้วย จำเลยที่ 1 รู้ที่เก็บกุญแจดังกล่าว นางทองพูน เรือนคำ ภรรยาผู้ร้องเบิกความตอบโจทก์ถามค้านว่า ปกติผู้ร้องจะพกกุญแจรถจักรยานยนต์ของกลางติดตัวไปด้วยหนึ่งดอก ส่วนอีกดอกหนึ่งจะเก็บไว้ที่ลิ้นชักหัวเตียง จึงแตกต่างกับคำเบิกความของผู้ร้อง ส่วนจำเลยที่ 1 เบิกความว่า ผู้ร้องเคยใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ของกลางไปซื้อของและเคยจับได้ว่าจำเลยที่ 1 แอบเอารถจักรยานยนต์ของกลางไปขับในเวลากลางคืนซึ่งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำดังกล่าวขึ้นอีกแต่อย่างใดแต่กลับปล่อยปละละเลยให้จำเลยที่ 1 สามารถนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดได้อีก

ทั้งที่ผู้ร้องเป็นบิดาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์และพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน พฤติการณ์ดังกล่าวส่อแสดงว่าผู้ร้องยินยอมอนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้ได้ตลอดเวลาตามที่จำเลยที่ 1 ต้องการ โดยไม่คำนึงว่าจำเลยที่ 1 จะนำไปใช้ในกิจการใด ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับแข่งกับพวกประมาณ 100 วัน บนถนนสุขุมวิทอันเป็นทางเดินรถสาธารณะในเวลากลางคืน กรณีถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 โดยปริยาย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · วิรัช ลิ้มวิชัย · วสันต์ ตรีสุวรรณ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้