Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3259/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องสอดเป็นผู้เยาว์และเป็นเจ้าของรวมกับจำเลยในที่ดินพิพาท จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ 200 ตารางวา ซึ่งไม่เกินส่วนของตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคแรก และเนื่องจากจำเลยไม่ได้นำเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องสอดมาขายให้โจทก์จึงไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและศาลเสียก่อน เพราะมิใช่เป็นกรณีที่จำเลยนำที่ดินของผู้เยาว์ไปทำนิติกรรมขายให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอ่างทองแบ่งขายที่พิพาทซึ่งโจทก์เข้าปลูกบ้านอาศัยอยู่แล้วอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๙๔๙ ตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทองกว้าง ๗.๕ วา ยาว ๒๖.๖ วา คือยาวตลอดที่ดินคิดเป็นเนื้อที่ ๒๐๐ ตารางวา ให้โจทก์ระหว่างบังคับคดีนายบุญนาค นาคโชติ โดยมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมร้องสอดเข้ามาว่า ผู้ร้องสอดและจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินพิพาทโดยรับมรดกมาจากนายสังเวียน นายโชติบิดาผู้ร้องสอดและสามีจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำที่ดินพิพาทบางส่วนจำนวน ๒๐๐ ตารางวา ไปขายให้โจทก์ได้โดยลำพังโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและศาลเสียก่อน

การที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนขายที่ดินทำให้ผู้ร้องสอดเสียสิทธิในที่ดินดังกล่าวไปโดยไม่ชอบ ขอให้พิพากษาให้สัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ เป็นโมฆะห้ามมิให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว และให้ขนย้ายสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดิน โจทก์คัดค้านว่า จำเลยมีสิทธิในที่ดินพิพาทเท่า ๆ กับผู้ร้องในการทำสัญญาขายที่ดินให้โจทก์ จำเลยทำในฐานะเป็นทายาทและในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดจึงต้องผูกพันตามสัญญา ขอให้ยกคำร้องและให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าผู้ร้องสอดเป็นผู้เยาว์และเป็นเจ้าของรวมกับจำเลยในที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า

จำเลยมีอำนาจขายที่พิพาท ส่วนของตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ สัญญาเอกสารหมาย จ.๑ สมบูรณ์ผูกพันเฉพาะส่วนที่เป็นสิทธิของจำเลยแต่ไม่ผูกพันส่วนที่เป็นสิทธิของผู้ร้องสอด โจทก์เป็นเจ้าของรวมที่พิพาทมีจำนวนเนื้อที่ ๒๐๐ ตารางวา หากเจ้าของรวมไม่สามารถแบ่งแยกกันได้ให้นำมาขายทอดตลาดแบ่งเงินกันตามสิทธิ พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องสอด

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องสอดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิจำหน่ายที่ดินส่วนของตนได้ตามมาตรา ๑๓๖๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ ไม่ได้ระบุว่าที่ดินที่จำเลยจะขายให้โจทก์เป็นส่วนไหนจึงถือว่าจำเลยขายที่ดิน ๒๐๐ ตารางวาเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น สัญญาตามเอกสารหมาย จ.๑ ไม่เป็นโมฆะ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องสอดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้ร้องสอดเป็นผู้เยาว์และเป็นเจ้าของรวมกับจำเลยในที่ดินพิพาท แต่ก็ปรากฏว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๘ ตารางวา จำเลยจึงมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตน ๑ ไร่ ๙๐ ตารางวา การที่จำเลยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์เพียง ๒๐๐ ตารางวาจึงไม่เกินส่วนของตน จำเลยย่อมมีสิทธิจำหน่ายที่ดินส่วนของตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๑ วรรคแรก และเนื่องจากจำเลยไม่ได้นำเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องสอดมาขายให้โจทก์แต่อย่างใดจึงไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและศาลเสียก่อน เพราะมิใช่กรณีที่จำเลยนำที่ดินของผู้เยาว์ไปทำนิติกรรมขายให้แก่โจทก์อันจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๗๔ สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยสมบูรณ์ใช้บังคับได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายประเสริฐ จันทรเวช
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้