Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3252/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์แต่ละคนเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์แต่ละคนมีข้อตกลงกับฝ่ายจำเลยว่า จำเลยทั้งหกจะจ่ายเงินสงเคราะห์ศพให้แก่สมาชิกที่เสียชีวิต แต่ปรากฏว่าเมื่อไปขอรับเงินสงเคราะห์ศพเพื่อจัดการศพได้รับแจ้งจากจำเลยทั้งหกว่าไม่มีเงินจ่ายสงเคราะห์ศพ และอ้างว่าสมาชิกทุกคนได้ลาออกหมดซึ่งความจริงสมาชิกยังมิได้ลาออกและไม่ได้กระทำผิดระเบียบ การที่จำเลยทั้งหกกระทำผิดข้อตกลงและสัญญาที่ให้ไว้ข้างต้นและเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาโดยปริยาย จำเลยทั้งหกจึงต้องคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าถือว่าโจทก์แต่ละคนมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี เป็นคู่ความร่วมในคดีเดียวกันได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 109 ซึ่งเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ที่ 1 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันชำระค่าสมาชิกที่ชำระไปแล้วคืนแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 109 โดยขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขออนาถา ระหว่างการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจกท์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 เนื่องจากจำเลยที่ 3 และที่ 4 ถึงแก่กรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 ออกจากสารบบความ ต่อมาวันที่ 18 มกราคม 2545

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 109 โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 109 ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ถึงที่ 8 ให้ร่วมกันชดใช้เงินคืนโจทก์แต่ละคนโดยแบ่งแยกความรับผิดชอบของจำเลยทั้งหกที่มีต่อโจทก์แต่ละคนออกเป็นส่วนๆ คนละจำนวนกัน และขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งหกแยกชำระตามจำนวนของโจทก์แต่ละคนไป ซึ่งมูลเหตุแห่งการใช้สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละคนดังกล่าวก็เนื่องมาจากการสมัครเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ที่ 1 หรือเป็นผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี และการผิดสัญญา หรือละเมิดของจำเลยทั้งหกทำให้โจทก์แต่ละคนเกิดสิทธิเรียกร้องเงินที่จ่ายคืนจากจำเลยทั้งหก ซึ่งการเป็นสมาชิกก็ดี

การผิดสัญญาหรือละเมิดก็ดี ล้วนเกิดขึ้นคนละคราวคนละวาระกันโจทก์แต่ละคนจึงสามารถที่จะใช้สิทธิเรียกร้องเหนือจำเลยทั้งหกแยกมาเป็นรายๆ ไปโดยการฟ้องเป็นคนละคดีได้อยู่แล้วโจทก์แต่ละคนจึงหามีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีไม่ โจทก์จึงไม่สามารถเป็นโจทก์ร่วมหรือฟ้องมาในคดีเดียวกันได้ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 ศาลไม่อาจรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปได้กรณีไม่จำต้องสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาอีกจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 109 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแต่เพียงว่า สำเนาให้ฝ่ายจำเลยรอฟังคู่ความอีกฝ่ายก่อนว่าจะยื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 และจะคัดค้านคำร้องดังกล่าวหรือไม่ และสั่งในอุทธรณ์ว่ารับอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ฝ่ายจำเลยคงยื่นแต่คำแก้อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ารับเป็นคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยสำเนาให้โจทก์ปิดหมาย และต่อมาได้รวบรวมสำนวนส่งไปที่ศาอุทธรณ์ภาค 4 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาแล้ว เห็นว่า พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว จึงให้ส่งสำนวนพร้อมเอกสารมายังศาลฎีกาโดยให้มีหนังสือแจ้งไปยังศาลชั้นต้นด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 109 เข้าร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ถึงที่ 8 ในคดีเดียวกันได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์แต่ละคนเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์แต่ละคนอ้างว่ามีข้อตกลงกับฝ่ายจำเลยว่า จำเลยทั้งหกจะจ่ายเงินสงเคราะห์ศพให้แก่สมาชิกที่เสียชีวิต แต่ปรากฏว่าสมาชิกที่เสียชีวิตลงและไปขอรับเงินสงเคราะห์ศพเพื่อจัดการศพ ได้รับแจ้งจากจำเลยทั้งหกว่าไม่มีเงินจ่ายสงเคราะห์ศพ และอ้างว่าสมาชิกทุกคนได้ลาออกหมดซึ่งความจริงสมาชิกยังมิได้ลาออก และไม่ได้กระทำผิดระเบียบ ซึ่งต่อมาสมาชิกได้ชุมนุมกันขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2541 ณ ที่ว่าการอำเภอสมเด็จ

จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำเลยทั้งหกและนัดให้สมาชิกมาชุมนุมฟังผลในวันที่ 25 ธันวาคม 2541 ผลปรากฏว่าจำเลยทั้งหกทำผิดระเบียบข้อบังคับ และพระราชบัญญัติฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2517 และผิดต่อประมวลกฎหมายอาญาข้อหาฉ้อโกงประชาชนและสมาชิกได้แต่งตั้งตัวแทนแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสมเด็จในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีดังกล่าวแล้ว โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าจึงทราบว่าจำเลยทั้งหกกระทำผิดข้อตกลงและสัญญาที่ให้ไว้ข้างต้นและเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาโดยปริยาย จำเลยทั้งหกจึงต้องคืนเงินให้แก่โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าตามทุนทรัพย์ที่ได้ชำระหรือชดใช้ค่าเสียหายเท่ากับจำนวนเงินที่โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าได้ชำระแก่จำเลยทั้งหก ดังนี้ถือว่าโจทก์แต่ละคนมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์แต่ละคนอาจฟ้องเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโจทก์แต่ละคนนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเกี่ยวกับการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พีรพล พิชยวัฒน์ · ธาดา กษิตินนท์ · องอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้