Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3251/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พลตำรวจ พ. เข้าจับกุมคนร้ายรายเดียวกับที่ ส.ต.อ. น. บิดาโจทก์ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้เข้าจับกุม การกระทำของพลตำรวจ พ. จึงเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(16),17 การที่พลตำรวจ พ. สำคัญผิดว่า ส.ต.อ. น. ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบ และถือปืนยืนอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นคนร้ายและได้ใช้อาวุธปืนยิง ส.ต.อ. น. ถึงแก่ความตาย ถือได้ว่าพลตำรวจ พ. ใช้ปืนยิง ส.ต.อ. น. เป็นไปในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในฐานะเจ้าพนักงานตำรวจ เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยในฐานะเป็นกรมในรัฐบาลและเป็นเจ้าสังกัดของพลตำรวจ พ. จึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าพลตำรวจพีระพงษ์ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดของจำเลยใช้ปืนยิงสิบตำรวจเอกนัดบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย ในขณะที่กำลังปฏิบัติราชการ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยในฐานะเป็นกรมเจ้าสังกัดของพลตำรวจพีระพงษ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า การกระทำละเมิดของพลตำรวจพีระพงษ์เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของพลตำรวจพีระพงษ์เอง และมิใช่เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่จึงไม่ผูกพัน จำเลยให้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาปฏิเสธความรับผิดว่า

พลตำรวจพีระพงษ์ใช้อาวุธปืนยิงสิบตำรวจเอกนัดเป็นการฆ่าโดยเจตนา ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า แม้การกระทำของพลตำรวจพีระพงษ์จะเป็นความผิดในทางอาญาและศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดตรัง) ได้มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้วก็ตาม แต่การกระทำอันเป็นความผิดของพลตำรวจพีระพงษ์ดังกล่าวก็สืบเนื่องมาจากได้มีการกระทำผิดในทางอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเกิดขึ้นก่อน และผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้สิบตำรวจเอกนัดกับพวกร่วมกันติดตามจับกุมคนร้ายในที่เกิดเหตุเมื่อพลตำรวจพีระพงษ์ได้ทราบถึงเหตุอันเป็นความผิดในทางอาญาเกิดขึ้นซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(16) และมาตรา 17ได้บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานตำรวจมีสิทธิที่จะสืบสวน

จับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดได้ จึงได้เข้าร่วมทำการจับกุมคนร้ายโดยไม่จำเป็นต้องได้รับคำสั่งหรือได้รับการมอบหมายจากผู้บังคับบัญชานั้นแต่อย่างใด แต่เนื่องจากความประมาทของพลตำรวจพีระพงษ์เป็นเหตุให้สำคัญผิดคิดว่าสิบตำรวจเอกนัดซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบและถืออาวุธปืนยืนอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นเป็นคนร้ายพลตำรวจพีระพงษ์ได้ใช้อาวุธปืนที่มีติดตัวไปยิงถูกสิบตำรวจเอกนัดถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุนั้นเอง ต่อมาหลังจากเกิดเหตุพันตำรวจโทสุนทรธนทวี สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกันตัง พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัชาของเจ้าพนักงานตำรวจทั้งสองดังกล่าวทำการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว มีความเห็นว่าเป็นการกระทำไปในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงได้ทำสำนวนสอบสวนเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมเสนอต่ออธิบดีกรมอัยการเพื่อดำเนินการต่อไป

ดังนี้ จากข้อเท็จจริงตามที่ได้ความดังกล่าว จึงถือได้ว่าการที่พลตำรวจพีระพงษ์ใช้อาวุธปืนยิงสิบตำรวจเอกนัดถึงแก่ความตายเป็นไปในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย จำเลยในฐานะเป็นกรมตำรวจในรัฐบาลและเป็นเจ้าสังกัดของพลตำรวจพีระพงษ์ผู้กระทำละเมิดในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงมีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้