Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 เป็นหนี้จำเลยที่ 1, 2 อยู่ ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้กันไว้ซึ่งจำเลยที่ 1, 2 จะต้องเตือนให้โจทก์ที่ 1 ชำระก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 วรรคแรก จึงจะมีสิทธิฟ้องให้ชำระหนี้ได้ โจทก์ที่ 1 ไปทำงานที่อื่น จำเลยที่ 1, 2ไม่มีโอกาสเตือนให้ชำระหนี้ได้ เมื่อไปทวงหนี้จากโจทก์ที่ 2ซึ่งเป็นภริยาโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 ก็ไม่ยอมชำระ เมื่อมีหนังสือเตือนให้โจทก์ที่ 1 ชำระโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ไม่มีผู้ใดรับจำเลยที่ 2 ไปทวงหนี้จากโจทก์ที่ 2 อีก และบอกว่าหากไม่ชำระให้จะเอาประกาศปิดให้เสียชื่อเสียง โจทก์ที่ 2 กลัว จึงรับปากว่าจะชำระ แต่แล้วก็ไม่ชำระให้ จำเลยที่ 1, 2 จึงมอบให้จำเลยที่ 3ผู้เป็นทนายความทำประกาศบอกกล่าวให้โจทก์ที่ 1 ชำระหนี้แล้วให้จำเลยที่ 4 นำไปให้ตำรวจปิดในที่เปิดเผย 3 แห่งการที่จำเลยที่ 2 บอกโจทก์ที่ 2 ว่าหากไม่ชำระหนี้จะปิดประกาศทวงหนี้ก็ได้ การทำประกาศบอกกล่าวให้ชำระหนี้ไปปิดไว้ก็ดีเป็นการเตือนให้โจทก์ที่ 1 ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 204 วรรคแรก ทั้งข้อความก็ตรงกับความจริงไม่มีข้อความอันเป็นการใส่ความ หรือดูหมิ่นโจทก์ที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 309,326, 328, 337, 338, 392, 393 ดังที่โจทก์ฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ใช้ให้จำเลยที่ ๒ ไปทวงเงินจากโจทก์ที่ ๑แต่ไม่พบโจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ได้ทวงจากโจทก์ที่ ๒ และข่มขู่โจทก์ที่ ๒ว่าถ้าไม่ชำระจะประจานโจทก์ที่ ๑ ให้ชื่อเสียงเสียหาย ได้เอาหนังสือทำนองเดียวกับประกาศท้ายฟ้องให้ดูและว่าจะปิดให้ประชาชนทราบโจทก์ที่ ๒ เกรงกลัว ต้องยอมรับจะชดใช้เงินให้ต่อมาจำเลยที่ ๑ และ ๓ได้ร่วมกันพิมพ์ประกาศเรื่องให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้ แล้วจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ใช้ให้จำเลยที่ ๔ นำหนังสือของจำเลยที่ ๓ และประกาศไปให้ตำรวจปิดในที่เปิดเผย ๓ แห่ง เป็นการขู่เข็ญกรรโชกทรัพย์และรีดเอาทรัพย์จากโจทก์ทำให้โจทก์เสียเสรีภาพและเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้โจทก์ต้องยอมจะให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินแก่จำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙, ๓๒๖, ๓๒๘, ๓๓๗, ๓๓๘, ๓๙๒,๓๙๓, ๘๓, ๘๔, ๘๖

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยทุกข้อหาไม่มีมูลความผิดทางอาญา พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนี้รายนี้เกิดจากการที่โจทก์ที่ ๑ ซื้อยาปราบศัตรูพืชและอุปกรณ์การทำไร่จากจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ แล้วส่งฝ้ายและพืชไร่ไปชำระหนี้ ซึ่งดำเนินการเช่นนี้กันมาเป็นเวลานานแล้ว แสดงว่าไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้กันไว้ ซึ่งจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ จะต้องเตือนให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๐๔ วรรคแรก จึงจะมีสิทธิฟ้องให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้รายนี้ได้ โจทก์ที่ ๑ ไปเสียจากที่อยู่เดิมโดยไปรับจ้างทำงานอยู่ที่โรงงานไพโรจน์สามัคคีที่อำเภอด่านขุนทด โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยคนใดทราบว่าโจทก์ที่ ๑ ไปทำงานอยู่ที่นั่น จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ไม่มีโอกาสเตือนให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้ได้

เมื่อไปทวงหนี้จากโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ ก็ไม่ยอมชำระให้ และเมื่อมีหนังสือเตือนให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและทางไปรษณีย์แจ้งให้โจทก์ที่ ๑ ไปรับหนังสือดังกล่าวแล้วก็ไม่มีผู้ใดไปรับ จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ไม่อาจเตือนด้วยวาจาให้โจทก์ที่ ๑ชำระหนี้หรือส่งคำเตือนโดยวิธีธรรมดาได้ จึงจำเป็นต้องปิดประกาศเตือนให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้ เพราะไม่มีทางอื่นที่จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ จะเตือนให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้ได้แล้ว การที่จำเลยที่ ๒ บอกโจทก์ที่ ๒ ว่าหากไม่ชำระหนี้จะปิดประกาศทวงหนี้จากโจทก์ที่ ๑ ก็ดี การที่จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒มอบให้จำเลยที่ ๓ ผู้เป็นทนายความทำประกาศบอกกล่าวให้โจทก์ที่ ๑ชำระหนี้ตามภาพถ่ายท้ายฟ้อง แล้วให้จำเลยที่ ๔ นำไปให้จ่าสิบตำรวจสำเนียงปิดก็ดี เป็นการเตือนให้โจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๐๔ วรรคแรก ทั้งข้อความในประกาศดังกล่าวก็ตรงกับความเป็นจริงและไม่มีข้อความอันเป็นการใส่ความหรือดูหมิ่นโจทก์ที่ ๑ แต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงไม่มีมูลความผิดทางอาญาดังโจทก์ฟ้องแต่อย่างใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายล้วน สมศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเลิศ เผ่าภิญโญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้