Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2513 (เลขอ้างอิง 32416)

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยนำเรือรบแล่นตามแม่น้ำจะผ่านสะพานพระพุทธยอดฟ้าเห็นแต่ไกลว่าสะพานยังไม่เปิด จำเลยควรจะชะลอความเร็วแล้วเดินหน้าถอยหลังจนกว่าสะพานเปิด แต่ก็ไม่ทำ กลับให้หยุดเดินเครื่องปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำใกล้สะพานจึงให้ทิ้งสมอจอดเรือเรือก็กลับลำเอาท้ายเรือไปปะทะเรือสะพานและรั้วของราษฎรซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเสียหาย ถ้าน้ำไหลและลมพัดอย่างปกติตามฤดูกาลเท่านั้นแล้วจำเลยจะอ้างไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะป้องกันได้ เพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยวและลมก็พัดแรง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องในทำนองเดียวกันว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับการเรือโพธิ์สามต้น อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1ได้ควบคุมเรือโพธิ์สามต้นแล่นออกจากท่ากรมอู่ทหารเรือเพื่อไปจอดที่บางนา ได้กระทำโดยประมาท ทำให้ท้ายเรือปัดไปชนเรือบรรทุกรำของนายเซ้ง แซ่เอี้ย ล่มและเบียดชนสะพานอู่ซ่อมเรือหลักผูกจอดเรือ และรั้วบ้านของนางสาวมาลี จงรุ่งเรือง เสียหาย ขอให้จำเลยร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมเรือรบหลวงโพธิ์สามต้นไปจริง แต่การที่ท้ายเรือปัดไปปะทะท่าน้ำและเรือของราษฎรนั้น เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยที่จะป้องกันได้ จำเลยที่ 1 มิได้ประมาท ความเสียหายไม่มากดังฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่า

จำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อทำละเมิดต่อโจทก์จริงพิพากษาให้ร่วมกันและแทนกันใช้เงินแก่โจทก์นางสาวมาลีโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายให้แก่นางสาวมาลีโจทก์เพิ่มเติมจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงมีเหตุผลน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเรือรบหลวงโพธิ์สามต้นแล่นมาตามลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อผ่านสะพานพระพุทธยอดฟ้าด้วยความประมาทเลินเล่อจริง เพราะจำเลยที่ 1 ได้นำเรือออกจากท่ากรมอู่ทหารเรือเพื่อจะผ่านสะพานพุทธยอดฟ้าก่อนกำหนดเวลาที่จำเลยว่าเวลาประมาณ 13.28 นาฬิกา สะพานยังเปิดเสร็จไม่เรียบร้อยทำให้จำเลยที่ 1 ต้องสั่งให้ทิ้งสมอเพื่อจอดเรือนั้นฟังไม่ได้เพราะฟังได้ว่าสะพานได้เปิดเรียบร้อยก่อนตั้ง 2 นาทีแล้ว

จำเลยที่ 1 ย่อมสามารถที่จะนำเรือผ่านสะพานไปได้โดยปลอดภัยในประการต่อไป จำเลยที่ 1 อ้างว่า พอเรือแล่นมาถึงหน้าวัดอรุณราชวราราม เห็นสะพานพระพุทธยอดฟ้ายังไม่เปิด จำเลยที่ 1จึงสั่งให้หยุดเดินเครื่องและให้ประคองลำเรือให้หัวเรือตรงร่องน้ำไว้ จนเรือไหลมาห่างสะพานพระพุทธยอดฟ้าประมาณ 1 ถึง 2 กิโลเมตรสะพานจึงได้เริ่มเปิด เรือก็ยังคงไหลตามน้ำตามลมอยู่จนห่างสะพานราว 250 เมตร จำเลยที่ 1 จึงสั่งให้ทิ้งสมอจอดเรือการที่จำเลยที่ 1 กระทำดังกล่าว ทำให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 เห็นสะพานยังไม่เปิดในขณะที่เรือยังอยู่ห่างสะพานถึง 2 กิโลเมตร จำเลยที่ 1 ย่อมรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรเรือจึงจะผ่านไปได้โดยปลอดภัย ในข้อนี้นาวาเอกทวิช

บุณรัตพันธ์ ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับการเรือลำนี้มาก่อนจำเลยที่ 1 ก็เคยนำเรือผ่านสะพานพระพุทธยอดฟ้าเช่นกันโดยบางครั้งก็ต้องรอสะพานเปิดเพราะเปิดไม่ทันเวลา ในระยะที่เรือยังอยู่ห่างสะพานประมาณ 2 กิโลเมตรก็สามารถที่จะแต่งลำเรือได้ โดยให้ชะลอแล้วเดินหน้าถอยหลังจนกว่าสะพานจะเปิดจำเลยก็น่าจะได้กระทำดังนี้เสียแต่ในระยะแรกที่เห็นว่าสะพานยังไม่เปิดแต่จำเลยก็มิได้ปฏิบัติ กลับสั่งให้หยุดเดินเครื่องซึ่งย่อมไม่สามารถบังคับให้ถอยหลังเพื่อชะลอให้ถึงสะพานช้าไปได้การจะคิดแก้ไขข้อขัดข้องนี้ จำเลยที่ 1 ควรจะรู้ถึงกระแสน้ำที่ไหลและกระแสลมที่พัดอยู่ในขณะนั้นว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ควรจะทำอย่างไรน่าจะเห็นได้ว่าการแก้ไขให้ทันท่วงทีนั้นจะต้องกระทำเสียเมื่อเรือยังอยู่ในระยะห่างไกลสะพาน ข้อนี้วิญญูชนธรรมดาก็จะต้องเห็นและคิดได้ ที่จำเลยที่ 1 คิดมาแก้ไขเหตุการณ์ในเมื่อเรือไหลมาใกล้สะพานเช่นในคดีนี้ จึงนับได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยอีกข้อหนึ่งที่จำเลยอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยที่ 1 จะป้องกันได้เพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยวและลมก็พัดแรงนั้น

เห็นว่าเหตุสุดวิสัยนั้นจะไม่สามารถที่ใคร ๆ จะป้องกันได้ เช่น น้ำป่าไหลบ่ามาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เกิดพายุใหญ่พัดมาอย่างกระทันหัน หรือฟ้าผ่า เป็นต้น สำหรับกรณีของจำเลยเป็นเพียงน้ำไหลและลมพัดอย่างปกติตามฤดูกาลเท่านั้นจะอ้างไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยที่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถจะป้องกันได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถม สิริสาลี · จำรูญ โชติรัต · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้