Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3241/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลย แล้วไม่ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนด แม้เนื้อที่ที่ดินที่แท้จริงจะมากกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดิน จำเลยก็ย่อมได้ที่ดินพิพาทส่วนที่เกินกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดินโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และไม่เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ ที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นลาภมิควรได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 10187 ตำบลปทุมอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ 43 ไร่ 2 งาน18 8/10 ตารางวา ไว้แก่จำเลยที่ 1 ในราคา 462,000 บาท โดยมีเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ต่อกันตามเนื้อที่และราคาดังกล่าว โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ที่ดินที่ขายฝากภายในกำหนด ต่อมาโจทก์ทราบว่าที่ดินที่ขายฝากมีเนื้อที่ประมาณ 49 ไร่ การที่จำเลยที่ 1 ได้ที่ดินเกินไปประมาณ 6 ไร่ เพราะโจทก์สำคัญผิดในเนื้อที่ของที่ดินซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมจึงเป็นการได้ไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ จำเลยที่ 2 เป็นกรมในรัฐบาลเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดของจำเลยที่ 2 ทราบว่าจำเลยที่ 1 ได้รับโอนที่ดินจากโจทก์เกินกว่าที่ตกลงจดทะเบียนขายฝาก ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการเพื่อคืนที่ดินส่วนที่เกินแก่โจทก์ แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีกลับร่วมมือกับจำเลยที่ 1เอาที่ดินส่วนที่เกินไว้เป็นของจำเลยที่ 1 เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย

จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10187 ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ส่วนที่เกินจากเนื้อที่ 43 ไร่ 2 งาน 18 8/10 ตารางวา คืนแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลยที่ 1 หากเนื้อที่เกินกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดินก็ไม่ใช่ลาภมิควรได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน จำเลยที่ 1 ไม่เคยร่วมมือกับจำเลยที่ 2 กระทำการดังโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า เดิมโจทก์ออกโฉนดที่ดินตาม น.ส.3 รวม5 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 93 ไร่ โดยโจทก์เป็นผู้นำรังวัดด้วยตนเองจึงรู้แนวเขตและเนื้อที่ของที่ดินเป็นอย่างดี โจทก์ได้รับโฉนดที่ดินไปแล้ว

ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมโดยให้ที่ดินแปลงหนึ่งมี เนื้อที่ 50 ไร่ หลังจากนั้นโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินแปลงคงเหลือทั้งแปลงแก่จำเลยที่ 1 เจ้าพนักงานดำเนินการให้ตามความประสงค์ของโจทก์โดยปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผนทุกประการ ไม่ได้ร่วมมือกับจำเลยที่ 1 ดังโจทก์ฟ้อง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีเจตนาขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลยที่ 1 และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงจดทะเบียนขายฝากที่ดินกันทั้งแปลง และการกระทำของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลยที่ 1 ดังนั้นเมื่อโจทก์ไม่ใช่สิทธิไถ่ภายในกำหนด ที่ดินทั้งแปลงจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1โดยเด็ดขาดแล้ว จำเลยที่ 1 จึงมีมูลอันจะอ้างตามกฎหมายได้ และไม่เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบแต่อย่างใด หากโจทก์ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนด ที่ดินทั้งแปลงรวมทั้งที่ดินพิพาทก็จะกลับคืนมาเป็นของโจทก์ตามเดิม ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่ดินพิพาทไม่เป็นลาภมิควรได้แก่จำเลยที่ 1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้