Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3235/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(1)บัญญัติว่า คำสั่งเรื่องล้มละลายอาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้นั้นต้องพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 28 ซึ่งบัญญัติให้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา และในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ในมาตรานี้มิได้บัญญัติไว้ด้วยว่าเมื่อได้มีการประกาศโฆษณาดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบุคคลภายนอกทุกคนต้องทราบ จึงจะถือว่าบุคคลภายนอกที่ไม่ทราบได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว ย่อมไม่เป็นธรรม แต่ตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติมาตรานี้อนุมานได้ว่าประสงค์จะให้การประกาศโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ว่า บุคคลภายนอกทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดที่ได้ประกาศโฆษณานั้นแล้ว ฉะนั้น เมื่อผู้ใดอ้างว่าตนไม่ทราบก็ย่อมนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยซึ่งเป็นข้าราชการกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ไปให้กระทรวงการคลังทราบ โดยระบุว่ามีอาชีพค้าขายหัวหน้ากองกลางผู้ได้รับประกาศนั้นไม่รู้จักจำเลย จึงได้สั่งให้รวมเก็บ และทางปฏิบัติเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งประกาศเกี่ยวกับลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปให้กระทรวงการคลังทุกราย ไม่ว่าลูกหนี้นั้นจะเป็นข้าราชการหรือไม่ในพฤติการณ์ดังกล่าว กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังอาจนำสืบแสดงว่าตนไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้นได้ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้จ่ายเงินสะสมพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่จำเลยซึ่งลาออกจากราชการไป โดยไม่ทราบว่า จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนวันจ่ายเงิน ย่อมต้องถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยสุจริต จึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (วรรคแรกและวรรคสอง วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 30/2516)

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตให้ส่งเงินซึ่งจำเลยที่ ๒ มีสิทธิได้รับ ไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อรวบรวมไว้ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตยื่นคำร้องคัดค้านว่ากรมสรรพสามิตได้ชำระเงินอันเป็นเงินสะสมของจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๒ ไปโดยถูกต้องและชอบด้วยระเบียบของกระทรวงการคลังแล้ว กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตไม่ทราบมาก่อนว่า จำเลยที่ ๒ ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเงินสะสมเป็นเงินเดือนส่วนหนึ่งของจำเลยที่ ๒ ไม่อาจถูกยึดได้ตามกฎหมาย ขอให้จำหน่ายกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตออกจากบัญชีลูกหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ร้องคัดค้านว่า ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๒ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้นไปยังกระทรวงการคลังแล้ว ทั้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว การที่กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตจ่ายเงินให้จำเลยที่ ๒ ไปเป็นการจ่ายภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้จึงต้องรับผิดคืนเงินดังกล่าวให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจยึดเงินเดือนและเงินสะสมได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายกระทรวงการคลังกับกรมสรรพสามิตจากบัญชีลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการสังกัดกรมสรรพสามิตกระทรวงการคลัง ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ได้ขอลาออกจากราชการและได้รับคำสั่งอนุญาตให้ลาออกได้ จำเลยที่ ๒ยื่นคำร้องขอรับเงินสะสมพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำนวน ๗,๗๔๔.๖๖ บาท เมื่อวันที่ ๘ตุลาคม ๒๕๑๓ กรมสรรพสามิตได้วางฎีกาเบิกเงินจำนวนดังกล่าวต่อกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังทางกรมบัญชีกลางได้สั่งจ่ายโอนเงินจำนวนนี้เข้าบัญชีเงินฝากของกรมสรรพสามิตเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๓ จำเลยที่ ๒ ได้รับเงินจำนวนนี้ไปเมื่อวันที่ ๓๐ เดือนเดียวกันก่อนจำเลยที่ ๒ รับเงินไป

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของจำเลยที่ ๒ ไปยังกระทรวงการคลังโดยระบุในประกาศว่าจำเลยที่ ๒ มีอาชีพค้าขาย ทั้งได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๓ แต่ผู้ร้องคัดค้านทั้งสองเพิ่งได้รับหนังสือราชกิจจานุเบกษาภายหลังวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมี ๒ ประเด็น ตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ประเด็นข้อแรกคือ เมื่อได้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้ร้องคัดค้านจะอ้างว่าตนไม่ทราบได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕(๑) บัญญัติว่า คำสั่งเรื่องล้มละลายอาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้นั้นต้องพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๘ซึ่งบัญญัติให้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ แต่มาตรานี้ก็มิได้บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อได้มีการประกาศโฆษณาดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบุคคลภายนอกทุกคนต้องทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น การที่จะให้บุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้ของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดที่ได้โฆษณาแล้วจริง

ๆและได้ชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้วนั้น ย่อมไม่เป็นธรรมแต่ในขณะเดียวกันเมื่อได้มีการประกาศโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะถือว่าไม่มีผลในทางที่จะให้บุคคลภายนอกทราบเสียเลยนั้นก็หาเป็นการถูกต้องไม่เมื่อพิเคราะห์บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๘ แล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้บทบัญญัติมาตรานี้มิได้ระบุถึงผลของการประกาศโฆษณาโดยแจ้งชัดแต่ตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้ อนุมานได้ว่าประสงค์จะให้การประกาศโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า บุคคลภายนอกทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดที่ประกาศโฆษณาแล้วนั้น เมื่อผู้ร้องคัดค้านร้องว่าตนไม่ทราบ

ย่อมนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ ประเด็นข้อสอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า ตนได้ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ ๒ ไปให้กระทรวงการคลังทราบแล้วโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังได้ลงนามรับทราบประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ อันเป็นเวลาก่อนที่กรมสรรพสามิตจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ ๒ ผู้ร้องคัดค้านได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จะอ้างว่าตนไม่ทราบประกาศไม่ได้ ผู้ร้องคัดค้านแก้ฎีกาว่าตนไม่ได้ประมาทเลินเล่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เองต่างหากที่เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อที่แจ้งไปว่าจำเลยที่ ๒ มีอาชีพค้าขาย และนำสืบว่า เมื่อหัวหน้ากองกลางสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ ๒ แล้ว

ก็สั่งให้รวมเก็บประกาศนั้นเสีย เพราะไม่เคยรู้จักจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าในพฤติการณ์ดังกล่าว ผู้ร้องคัดค้านอาจนำสืบแสดงว่าตนไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนี้ได้ตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้นั้น กระทรวงการคลังเป็นกระทรวงใหญ่มีข้อราชการในสังกัดเป็นจำนวนมากและในทางปฏิบัติ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ได้ส่งประกาศเกี่ยวกับลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปให้กระทรวงการคลังทุกราย ไม่ว่าลูกหนี้นั้นจะเป็นข้าราชการหรือไม่ แม้ว่าจะมีการระบุชื่อจำเลยที่ ๒ ในประกาศแจ้งเรื่องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปให้ผู้ร้องคัดค้านทราบก็ตาม ประกาศนั้นก็มีลักษณะเป็นเพียงแจ้งเรื่องให้สาธารณชนทราบเท่านั้น ยิ่งในประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่าจำเลยที่ ๒ มีอาชีพค้าขายด้วยแล้ว

จะถือว่ากระทรวงการคลังต้องทราบว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดยังไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องคัดค้านไม่ทราบจริง ๆ ว่าจำเลยที่ ๒ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๓ อันเป็นวันที่ผู้ร้องคัดค้านจ่ายเงินสะสมพร้อมด้วยดอกเบี้ยรายพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ ไป ย่อมต้องถือว่าผู้ร้องคัดค้านได้ชำระหนี้รายพิพาทไปโดยสุจริตแล้ว ผู้ร้องคัดค้านไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ดวง ดีวาจิน · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวินิจ วินิจนัยภาค
ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้