Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เอาประกันภัยสต๊อกสินค้า รองเท้าทุกชนิดในร้านค้าของโจทก์ไว้กับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาท จำเลยที่ 2ซึ่งเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 เบิกความรับว่า จำเลยที่ 1รับประกันภัยเฉพาะรองเท้าและสินค้าที่อยู่ในร้านโจทก์ ดังนั้นสต๊อกสินค้า รองเท้าทุกชนิด ซึ่งเป็นวัตถุที่เอาประกันภัยไว้จึงมีความหมายรวมถึงรองเท้าและเครื่องหนังทุกชนิด ที่โจทก์มีไว้ในร้านเพื่อขาย มิใช่กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองแต่รองเท้าอย่างเดียว เมื่อสินค้าในร้านของโจทก์ได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายโดยสิ้นเชิง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 877ได้สันนิษฐานเป็นคุณแก่โจทก์ไว้ก่อนว่า โจทก์มีสิทธิจะเรียกให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทนได้เต็มจำนวนที่เอาประกันภัยไว้เว้นแต่จำเลยที่ 1 จะพิสูจน์หักล้างได้ว่า ความเสียหายของสินค้านั้นต่ำกว่าจำนวนเงินที่ได้เอาประกันไว้ เมื่อจำเลยที่ 1ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงจำนวนสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้อันแท้จริงได้ และน่าเชื่อว่าขณะเกิดเพลิงไหม้สินค้ารองเท้าและเครื่องหนังที่วางจำหน่ายอยู่ในร้านโจทก์ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2527 โจทก์ทำสัญญาเอาประกันภัยสินค้าเครื่องหนังรองเท้าทุกชนิดในร้านเบ้นซ์ของโจทก์ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 366 ถนนเจริญเมือง ตำบลในเวียงอำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ไว้กับจำเลยทั้งสามโดยจำเลยทั้งสามตกลงร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เมื่อเกิดวินาศภัยหรือความเสียหายกับบรรดาทรัพย์ที่โจทก์ได้เอาประกันภัยไว้เป็นเงิน200,000 บาท มีกำหนดอายุการรับประกันภัย 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาประกันภัย ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2527 เวลาประมาณ 2 นาฬิกาได้เกิดเพลิงไหม้ร้านเบ้นซ์ของโจทก์ทั้งหมด ทำให้สต๊อกสินค้าเครื่องหนังรองเท้าทุกชนิดถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท โดยไม่ได้เป็นความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของโจทก์

โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยแก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ดอกเบี้ยของต้นเงิน200,000 บาท นับแต่วันที่ 22 กันยายน 2527 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน18,750 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์218,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่เอาประกันภัย จึงไม่มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย สัญญาประกันภัยเป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1ไม่ได้เป็นผู้รับประกันภัย จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นส่วนตัวโจทก์เป็นผู้ร่วมกับผู้อื่นวางเพลิงหรือจ้างวานใช้บุคคลอื่นให้วางเพลิงทรัพย์ที่เอาประกันภัยโดยเจตนาทุจริต

จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์และทรัพย์สินที่เสียหายเป็นเงินไม่เกิน 10,000 บาทศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 22 กันยายน 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.3 โจทก์ได้เอาประกันภัยสต๊อกสินค้า รองเท้าทุกชนิดในร้านค้าของโจทก์ไว้กับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาททางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้บริษัทเนชั่นแนลเซอร์เวเยอร์ส จำกัด เป็นผู้สำรวจและประเมินค่าเสียหายของโจทก์อันเกิดจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ บริษัทดังกล่าวได้ทำรายงานเสนอจำเลยที่ 1 ว่า สต๊อกสินค้าของผู้เอาประกันภัยดังกล่าวได้ถูกไฟไหม้เสียหายโดยสิ้นเชิง ตามเอกสารหมาย ล.1 โจทก์นำสืบว่าโจทก์ประกอบการค้ารองเท้าและเครื่องหนังทุกชนิด โดยเปิดเป็นร้านค้าชื่อว่า "เบ้นซ์" ตามใบทะเบียนพาณิชย์ เอกสารหมาย จ.9จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 เบิกความรับว่า

จำเลยที่ 1รับประกันภัยเฉพาะรองเท้าและสินค้าที่อยู่ในร้านเบ้นซ์ ดังนั้นสต๊อกสินค้า รองเท้าทุกชนิด ซึ่งเป็นวัตถุที่เอาประกันภัยไว้จึงมีความหมายรวมถึงรองเท้าและเครื่องหนังทุกชนิด ที่โจทก์มีไว้ในร้านเพื่อขาย มิใช่กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครอง แต่รองเท้าอย่างเดียวดังที่ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์วินิจฉัย สินค้าดังกล่าวได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายโดยสิ้นเชิงซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 877บัญญัติว่า "ผู้รับประกันภัยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ(1) เพื่อจำนวนวินาศภัยอันแท้จริงฯลฯอันจำนวนวินาศภัยจริงนั้น ท่านให้ตีราคา ณ สถานที่ และในเวลาซึ่งเหตุวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้น

อนึ่งจำนวนเงินที่ได้เอาประกันภัยไว้นั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นหลักประมาณอันถูกต้องในการตีราคาเช่นว่านั้น" เมื่อฟังได้ว่าสินค้าในร้านของโจทก์ได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายโดยสิ้นเชิง บทกฎหมายดังกล่าวจึงได้สันนิษฐานเป็นคุณแก่โจทก์ไว้ก่อนว่า โจทก์มีสิทธิจะเรียกให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทนได้เต็มจำนวนที่เอาประกันภัยไว้เว้นแต่จำเลยที่ 1 จะพิสูจน์หักล้างได้ว่าความเสียหายของสินค้านั้นต่ำกว่าจำนวนเงินที่ได้เอาประกันภัยไว้ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริง คดีนี้จำเลยพิสูจน์ได้เพียงว่าหลังจากไฟไหม้ พนักงานสำรวจสินค้าได้ตรวจพบซากรองเท้าที่หลงเหลือจากถูกไฟไหม้จำนวน 7 กอง

คิดเป็นค่ารองเท้าประมาณ 27,000 บาท ตามรายละเอียดในเอกสารหมาย ล.1 ส่วนขณะถูกไฟไหม้โจทก์มีสินค้าประเภทเครื่องหนังต่าง ๆ และรองเท้าอยู่ในร้านของโจทก์จำนวนเท่าใด และสินค้าถูกไฟไหม้หมดไปจำนวนเท่าใดจำเลยไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงจำนวนสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้อันแท้จริงได้ นอกจากนี้กรณียังมีเหตุผลน่าเชื่อว่า ก่อนจำเลยที่ 1จะรับประกันภัยสินค้าในร้านของโจทก์ จำเลยที่ 1 จะต้องประเมินมูลค่าหรือตีราคาสินค้าในร้านของโจทก์ก่อนแล้ว จึงตกลงรับประกันภัยไว้เป็นเงิน 200,000 บาท แม้จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลังจากนั้นอีกหลายเดือน ทางพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าร้านของโจทก์กำลังเลิกกิจการโดยไม่มีการสั่งสินค้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าสินค้ารองเท้า และเครื่องหนังอื่น

ๆ ที่วางจำหน่ายอยู่ในร้านของโจทก์ ในขณะเกิดเพลิงไหม้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทเมื่อสินค้าดังกล่าวได้เสียหายไปโดยสิ้นเชิงจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน 200,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22กันยายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้