Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3213/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ผู้คัดค้านที่ 2 จะจดทะเบียนจำนองทรัพย์ พิพาทซึ่ง เดิมเป็นของลูกหนี้ไว้กับผู้คัดค้านที่ 3 หลังลูกหนี้ถูก ฟ้องขอให้ล้มละลาย แต่ เมื่อเป็นการจดทะเบียนจำนองเพราะผู้คัดค้านที่ 2รับโอนทรัพย์พิพาทมาจากผู้คัดค้านที่ 1 จึงรับเป็นลูกหนี้จำนองแทนผู้คัดค้านที่ 1 เท่ากับการจดทะเบียนจำนองดังกล่าวมีผลสืบเนื่องมาจากภารจำนองเดิม ระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 3ซึ่ง ทำขึ้นก่อนลูกหนี้ถูก ฟ้องขอให้ล้มละลาย ถือ ไม่ได้ว่าการที่ผู้คัดค้านที่ 2 จดทะเบียนจำนองดังกล่าว เป็นการกระทำภายหลังมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ 3 จึงได้ รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 116.

เนื้อความคำพิพากษา

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม2523 ลูกหนี้ที่ 2 โอนขายที่ดินและตึกแถวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1ราคา 200,000 บาท ต่อมาวันที่ 20 ธันวาคม 2527 ผู้คัดค้านที่ 1โอนขายต่อให้ผู้คัดค้านที่ 2 ราคา 250,000 บาท ในวันเดียวกันผู้คัดค้านที่ 2 จดทะเบียนจำนองไว้กับผู้คัดค้านที่ 3 ในวงเงิน240,000 บาท การโอนขายให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ทำในระหว่าง 3 ปีก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลาย เป็นการโอนโดยไม่สุจริต ส่วนการโอนและการจำนองหลังจากนั้นทำขึ้นหลังมีการขอให้ลูกหนี้ที่ 2ล้มละลาย ขอให้เพิกถอนการโอนและการจำนอง หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ให้ผู้คัดค้านทั้งสามร่วมกันใช้ราคา 250,000 บาทผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่ารับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่าไม่รู้จักลูกหนี้ที่ 2ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า

ผู้คัดค้านที่ 3 ได้รับจำนองที่ดินและตึกแถวจากผู้คัดค้านที่ 1 ก่อนลูกหนี้ที่ 2 ถูกฟ้องล้มละลาย แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จดทะเบียนโอนขายให้ผู้คัดค้านที่ 2และผู้คัดค้านที่ 2 จดทะเบียนจำนองให้ผู้คัดค้านที่ 3 ภายหลังลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ 3 ก็ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ. ล้มละลาย ฯ มาตรา 116ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนและการจำนองตามคำร้องให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ให้ผู้คัดค้านทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยผู้คัดค้านทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในส่วนของผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 เสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นผู้คัดค้านที่ 1 และผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"แม้ผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะรับโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 โดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก็ตาม แต่เป็นการรับโอนภายหลังมีการฟ้องขอให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ 2 จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ผู้ร้องจึงร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ได้ ส่วนการที่ผู้คัดค้านที่ 2จำนองที่ดินและตึกแถวพิพาทแก่ผู้คัดค้านที่ 3 สืบเนื่องมาจากผู้คัดค้านที่ 1 จำนองที่ดินและตึกแถวพิพาทไว้ตั้งแต่วันที่ 15สิงหาคม 2523 ก่อนมีการฟ้องให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลาย โดยไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านที่ 3 รับจำนองไว้โดยรู้ว่าลูกหนี้ที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว จึงเป็นการกระทำโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนเช่นกันและการจำนองดังกล่าวคงมีผลตลอดมาโดยผู้คัดค้านที่ 2 เข้ามารับเป็นลูกหนี้ด้วย

การรับโอนจากผู้คัดค้านที่ 1 และรับเป็นลูกหนี้จำนองแทน จึงเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ผู้รับผิดต่อผู้คัดค้านที่ 3 เท่านั้น แม้การจำนองจะกระทำภายหลังที่ลูกหนี้ที่ 2 ถูกฟ้องขอให้ล้มละลายแล้วก็ตาม แต่ผลของการกระทำดังกล่าวมีผลสืบเนื่องมาจากการจำนองเดิมระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 3มาแต่ต้นอีกประการหนึ่ง ถึงแม้ผู้คัดค้านที่ 2 รับโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทมาแล้วจะไม่ได้จดทะเบียนจำนองแก่ผู้คัดค้านที่ 3ผู้คัดค้านที่ 2 ก็ยังคงต้องรับภาระหนี้จำนองที่มีอยู่ต่อผู้คัดค้านที่ 3 ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านที่ 2 จดทะเบียนจำนองที่ดินและตึกแถวพิพาทแก่ผู้คัดค้านที่ 3 ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำภายหลังมีการขอให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ 3 จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 116ผู้ร้องร้องขอเพิกถอนการจำนองระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 ผู้โอนกับผู้คัดค้านที่ 2 ผู้รับโอนด้วย และให้กลับคืนสู่สถานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่สถานะเดิมได้ให้ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้