คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ให้จำเลยล้มละลาย คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยว่า โจทก์จะฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า หนี้ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า หนี้ตามที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยผลของคำพิพากษา แม้ว่าคำพิพากษาในคดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดโดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์(ขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้) แต่คู่ความยังต้องผูกพันในผลของคำพิพากษาจนกว่าคำพิพากษานั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสียในที่สุด หนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นหนี้ซึ่งอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนแล้ว ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีดังกล่าวต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่ได้เข้าไปในคดี กรณีจึงไม่มีเหตุที่ยังไม่สมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน