Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเช็คโกสโลวาเกีย มี ฟ.เป็นกรรมการผู้จัดการมีอำนาจลงนามแทนโจทก์ ฟ.ได้มอบอำนาจให้ อ. ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ซึ่งหนังสือมอบอำนาจได้มีการรับรองความถูกต้องและแท้จริงกันมาเป็นทอด ๆ โดยมีโนตารีแห่งรัฐรับรองการมอบอำนาจของ ฟ. และกระทรวงยุติธรรมแห่งกรุงปร้ากรับรองลายมือชื่อและตราราชการของโนตารีแห่งรัฐ กระทรวงการต่างประเทศของเช็คโกสโลวาเกียรับรองลายมือชื่อและตราราชการของกระทรวงยุติธรรมและสถาน เอกอัครราชฑูตแห่งสหรัฐอเมริกาประจำกรุงปร้ากรับรองลายมือชื่อและตราราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ของเช็คโกสโลวาเกีย ดังนี้ หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงมีผลใช้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 47 ไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยว่าจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง อ.ผู้รับมอบอำนาจจึงฟ้องคดีแทนโจทก์ได้ เครื่องยนต์ยี่ห้อ SLAVIA (สะลาเวีย) ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ในรายการสินค้าจำพวก 6 และจำพวก 7 นั้น เดิมผู้ผลิตในประเทศเช็คโกสโลวาเกียได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในประเทศเช็คโกสโลวาเกียตั้งแต่ พ.ศ.2465 ใน พ.ศ.2491 ผู้ผลิตได้โอนเครื่องหมายการค้านี้ให้แก่บริษัทสะลาเวีย มอเตอร์เวอร์ค ต่อมา พ.ศ.2501 บริษัทสะลาเวียฯ ได้โอนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์อีกทอดหนึ่งเครื่องหมายการค้านี้ได้มีการต่ออายุมาทุกสิบปี ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศเช็คโกสโลวาเกียและในประเทศต่าง ๆ อีกหลายประเทศ และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสากลด้วย เครื่องยนต์ยี่ห้อ SLAVIA (สะลาเวีย) ได้มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2478 และโจทก์ได้ตั้งให้จำเลยเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องยนต์สะลาเวียของโจทก์ ต่อมาจำเลยเอาเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนนานแล้วไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นของตนเองดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทดีกว่าจำเลย โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายพิพาทไว้ในประเทศไทย จึงยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แม้จำเลยนำเอาเครื่องหมายการค้ารายพิพาทมาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าของตนอันเป็นการขัดต่อ ประโยชน์ในทางการค้าของโจทก์ ก็ยังไม่ถึงกับเป็นเรื่องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่โจทก์ก็อาจใช้สิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 41 พระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติเรื่องอายุความเพื่อการนี้ไว้ จึงต้องนำบทบัญญัติทั่วไปอันว่าด้วยอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งให้เริ่มนับตั้งแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 เมื่อสิทธิของโจทก์เป็นสิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนทะเบียน ตราบใดที่ยังไม่มีทะเบียน โจทก์ก็ไม่อาจจะใช้สิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนได้อายุความในกรณีนี้จึงต้องเริ่มนับแต่เมื่อเครื่องหมายการค้าของ จำเลยมีผลสมบูรณ์เป็นทะเบียน คือนับแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป ดังนั้นเมื่อโจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันจดทะเบียน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศเช็คโกสโลวาเกีย มีฐานะเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า และส่วนต่าง ๆ ของสินค้าดังกล่าว ส่งออกไปทั่วโลกในประเทศไทยโจทก์ได้แต่งตั้งให้นางสาวอีนา เยอร์เกนเซ่น เป็นตัวแทนในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตลอดจนมีอำนาจยื่นฟ้องและดำเนินคดีทางศาลเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ สินค้าจำพวกเครื่องจักร เครื่องยนต์ และส่วนต่าง ๆ นี้เดิมบริษัทสะลาเวียมอเตอร์ นารอดนี พอดนิค (บริษัทสะลาเวียมอเตอร์ บรรษัทแห่งชาติ) เป็นผู้ผลิตและส่งไปจำหน่ายเป็นที่รู้จักนิยมแพร่หลายทั่วโลก ในประเทศไทยก็ได้ส่งสินค้าเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีมาแล้ว และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า

"SLAVIA" (สะลาเวีย) ใช้กับสินค้าดังกล่าวไว้ในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยบริษัทสะลาเวียมอเตอร์ก็เคยยื่นคำของจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) นี้ต่อกองเครื่องหมายการค้า ในสินค้าจำพวก ๖ ตามคำขอเลขที่ ๒๖๙๗๒ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๙ และต่อมาเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๐๕ ก็ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างเดียวกันนี้ในสินค้าจำพวก ๗ อีกจำพวกหนึ่ง ปรากฏตามคำขอเลขที่ ๔๔๕๘๑ นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ไว้ในประเทศเช็คโกสโลวาเกียและประเทศอื่น ๆ แทบทั่วโลก ในปี ๒๕๐๑ บริษัทสะลาเวียมอเตอร์ได้โอนกิจการผลิตสินค้าดังกล่าว ตลอดจนเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) นี้ให้โจทก์

โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้านี้กับสินค้าของโจทก์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยตลอดมาจนทุกวันนี้ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๐๖ โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) นี้ต่อกองเครื่องหมายการค้าในสินค้าจำพวก ๖ และ ๗ ตามคำขอเลขที่ ๔๗๑๙๔ และ ๔๗๑๙๕ ความจึงปรากฏแก่โจทก์ว่าในเดือนธันวาคม ๒๔๙๕ จำเลยนี้ในฐานะส่วนตัวได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งมีคำว่า "SLAVIA" (สะลาเวีย) ประกอบอยู่ด้วยต่อกองเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าจำพวก ๖ รวมอยู่ด้วย ๒ คำขอ คือคำขอเลขที่ ๑๙๖๕๒ และ ๑๙๖๙๐ และในเดือนเดียวกันนั้นจำเลยก็ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างเดียวกันกับที่ได้ยื่นไว้แล้วในสินค้าจำพวก ๗ คือตามคำขอเลขที่ ๑๙๖๕๔ และ ๑๙๖๙๑ และนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้รับจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยในปี ๒๔๙๗ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงไม่อาจพิจารณารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นคำขอจดให้ได้

เครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้ง ๔ คำขอซึ่งนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้แล้วในปี ๒๔๙๗ เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์นั่นเอง จำเลยใช้สิทธิไม่สุจริตนำไปขอจดทะเบียนไว้ในนามของจำเลยเองเพราะในเวลาที่จำเลยขอจดทะเบียนนั้น จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องได้เสียอยู่กับร้านค้าซึ่งเป็นผู้สั่งสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าในขณะนั้นเข้ามาจำหน่ายใน ประเทศไทย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยถอนคำขอของจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยินยอมจึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ ๑๙๖๕๒ และ ๑๙๖๙๐ ในสินค้าจำพวก ๖ และตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ ๑๙๖๕๔ และ ๑๙๖๙๑ จำพวก ๗ ดีกว่าจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้ง ๔ คำขอนั้น

จำเลยให้การว่าจำเลยเป็นผู้คิดประดิษฐ์สินค้าเครื่องยนต์ เครื่องอะไหล่ ตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสินค้าดังกล่าวออกจำหน่ายโดยจำเลยให้เครื่องหมายถึงภาพอันคิดประดิษฐ์นั้นใช้เป็นเครื่องหมายสำหรับสินค้า ดังกล่าวว่า "SLAVIA" (สะลาเวีย) ผลิตออกจำหน่ายใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าดังกล่าวมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ และต่อ ๆ มาจนถึงปี ๒๔๙๕ จำเลยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าจำพวก ๖ ทั้งจำพวก จำพวก ๗ ทั้งจำพวกจำเลยจึงเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแต่ผู้เดียว เพื่อใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าทั้งหมดในจำพวกที่ได้จดทะเบียนไว้และได้ใช้ตลอดมาจนทุกวันนี้ โจทก์ไม่ได้เคยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้อง

ทั้งไม่เคยบอกกล่าวติดต่อกับจำเลยให้กระทำการตามที่กล่าวในฟ้อง จำเลยตัดฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ฐานะโจทก์เป็นโรงงานเครื่องยนต์เป็นบรรษัท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและโจทก์ไม่มีอำนาจทำหนังสือมอบอำนาจฉบับสำเนาท้ายฟ้อง เพราะนายแฟรนดิเช็คสเต็คร์ทผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นวิศวกรของโรงงานเครื่องยนต์เช็คโกสโลวาเกียที่ปราฮา บรรษัทแห่งชาติ มิใช่บริษัท หนังสือมอบอำนาจฉบับสำเนาท้ายฟ้องทำในต่างประเทศ ควรให้กงสุลไทยรับรองเมื่อไม่มีกงสุลไทยรับรองมาก็ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นบรรษัทแห่งชาติของประเทศเช็คโกสโลวาเกียเป็นนิติบุคคล

นายแฟรนติเช็ค สเต็คร์ท เป็นกรรมการบรรษัทโจทก์มีอำนาจที่จะทำการแทนโจทก์ได้โดยสมบูรณ์ และเชื่อว่าใบมอบอำนาจท้ายฟ้องเป็นใบมอบอำนาจที่แท้จริง ไม่มีเหตุสงสัยกับเชื่อว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามฟ้องดีกว่าจำเลย ทั้งคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความตามฟ้องร้องจึงพิพากษาให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้องที่จำเลยจด ทะเบียนไว้เสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และของจำเลยโดยตลอดแล้วมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกานี้ ๕ ประเด็นด้วยกัน คือ ๑. โจทก์เป็นนิติบุคคลหรือไม่ ๒. นายแฟรนติเช็คสเต็คร์ทมีอำนาจลงนามในใบมอบอำนาจให้ฟ้องโจทก์หรือไม่ ๓. หนังสือมอบอำนาจให้นางสาวอีนา เยอร์เกนเช่น ฟ้องคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ๔. โจทก์มีสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าตามฟ้องดีกว่าจำเลยหรือไม่ ๕. คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ตามประเด็นข้อ ๑ นั้น นางสาวอีนา เยอร์เกนเซ่น ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ได้เบิกความว่า คำว่า "นารอดนี ปอดนิค" เป็นภาษาเช็คโกสโลวาเกีย หมายความถึง "บรรษัทแห่งชาติ ซึ่งเป็นนิติบุคคล และตามคำเบิกความของนาย

เจ.จี.เช็ค ในคดีอาญาของศาลแขวงพระนครใต้หมายเลขแดงที่ ๕๐๖๓/๒๕๐๖ ซึ่งโจทก์อ้างเป็นพยานในดคีนี้ ก็ปรากฏว่าสภาการค้าแห่งประเทศเช็คโกสโลวาเกียในกรุงปร้าครับรองว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลโดยเอกเทศ ตามกฎหมายเช็คโกสโลวาเกีย (เอกสาร จ.๘) กรณีไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องนำผู้เชี่ยวชาญในกฎหมายของประเทศเช็คโกสโลวาเกียมาสืบในประเด็นนี้แต่ประการใด จำเลยเองก็มิได้นำสืบหักล้างพยานหลักฐานดังกล่าวของโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานโจทก์ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคล ฎีกาของจำเลยข้อนี้ตกไปขึ้น ประเด็นข้อ ๒ นายแฟรนติเช็ค สเต็คร์ท มีอำนาจลงนามในใบมอบอำนาจให้ฟ้องแทนโจทก์หรือไม่นั้น เอกสารหมาย จ.๑ ซึ่งเป็นภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งลงนามโดยนายแฟรนติเช็ค

สเต็คร์ท มีคำรับรองของโนตารีแห่งรัฐว่าเป็นกรรมการบรรษัทโจทก์มีอำนาจโดยสมบูรณ์ที่จะกระทำการแทนโจทก์ทั้งในเอกสาร ล.๑๐ ก็รับรองว่า นายแฟรนติเช็ค สเต็คร์ท เป็นกรรมการผู้จัดการบรรษัทโจทก์ มีอำนาจลงนามแทนบรรษัทโจทก์ได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ประเด็นข้อ ๓ หนังสือมอบอำนาจให้นางสาวอีนา เยอร์เกนเซ่น ฟ้องคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้นได้วินิจฉัยไว้ในประเด็นข้อ ๒ แล้วว่า นายแฟรนติเช็ค สเต็คร์ท มีอำนาจทำการแทนโจทก์ได้ และได้มอบอำนาจให้นางสาวอีนา เยอร์เกนเซ่น ฟ้องคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจ (เอกสาร จ.๑) ซึ่งได้มีการรับรองความถูกต้องและแท้จริงของหนังสือมอบอำนาจกันมาเป็นทอด ๆ คือมีโนตารีแห่งรัฐรับรองการมอบอำนาจของนายแฟรนติเช็ค

สเต็คร์ท และกระทรวงยุติธรรมแห่งกรุงปร้ากรับรองลายมือชื่อและตราราชการของโนตารีแห่งรัฐ กระทรวงการต่างประเทศของเช็คโกสโลวาเกียรับรองลายมือชื่อและตราราชการของกระทรวงยุติธรรมและสถานเอกอัครราชฑูตแห่งสหรัฐอเมริกาประจำกรุงปร้ากรับรองลายมือชื่อและตราราชการของกระทรวงการต่างประเทศของเช็คโกสโลวาเกีย หนังสือมอบอำนาจ (เอกสาร จ.๑) จึงมีผลใช้ได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๗ ไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยว่าหนังสือมอบอำนาจนี้จะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงแต่ประการใดเลย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นดุจกัน ประเด็นข้อ ๔ โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามฟ้องดีกว่าจำเลยหรือไม่นั้น ฝ่ายโจทก์มีพยานบุคคลหลายปากทั้งที่เป็นคนสัญชาติเช็คโกสโลวาเกียและคนสัญาชาติไทยมาสืบประกอบพยานเอกสารซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๐๖๓-๕๐๖๖/๒๕๐๖ ของศาลแขวงพระนครใต้รับฟังได้ว่า

เครื่องยนต์ยี่ห้อ "SLAVIA" (สะลาเวีย) ซึ่งเป็นสินค้าที่จะต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๔๗๔ ในรายการสินค้าจำพวกที่ ๖ และจำพวกที่ ๗ นั้น ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในเช็คโกสโลวาเกียตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๕ โดยผู้ผลิตเป็นผู้จดทะเบียน และต่อมาได้มีการต่ออายุเครื่องหมายการค้าใน พ.ศ.๒๔๗๕ และใน พ.ศ.๒๒๙๑ ผู้ผลิตเครื่องยนต์ยี่ห้อ "SLAVIA" (สะลาเวีย) ได้โอนเครื่องหมายการค้านี้ให้กับบริษัทสะลาเวีย มอเตอร์เวอร์ค เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ บริษัทสะลาเวียได้โอนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์อีกทอดหนึ่ง และได้มีการต่ออายุเครื่องหมายการค้านี้มาทุก ๆ สิบปี (เอกสาร ล.๒ - ล.๕) นอกจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

"SLAVIA" (สะลาเวีย) ในประเทศเช็คโกสโลวาเกียแล้วยังได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ในประเทศต่าง ๆ อีก ๕๔ ประเทศ และได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสากล ณ กรุงเบอร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย (เอกสาร ล.๘) ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบรับฟังต่อไปได้อีกด้วยว่า เครื่องยนต์ยี่ห้อ "SLAVIA" (สะลาเวีย) ได้มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๔๗๘ แล้ว โดยบริษัทสินสยามพาณิชย์จำกัดเป็นผู้สั่งเข้ามาจำหน่าย และภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ บริษัทมินเซนจำกัดเป็นผู้แทนจำหน่าย และจำเลยเองก็เคยเข้าหุ้นกับกรรมการของบริษัทมินเซนจำกัดตั้งบริษัทลึมิน จำกัด ขึ้น และโจทก์ได้ตั้งให้บริษัทลึมินจำกัดเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องยนต์

"SLAVIA" (สะลาเวีย) ต่อมาจำเลยได้ซื้อหุ้นของบริษัทลึมินจำกัดทั้งหมด และยังคงจำหน่ายเครื่องยนต์ "SLAVIA" (สะลาเวีย) อยู่ต่อไปทั้งได้มีการโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน "เดลิเมล์" ในปี ๒๔๙๕ บางฉบับด้วยว่า จำเลยเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องยนต์สะลาเวียของโจทก์ ตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยคิดค้นชื่อเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) ขึ้นเองโดยผสมคำในภาษาจีนเข้าด้วยกัน ๓ คำ แปลความหมายได้ว่า "เครื่องแรงสูง" ก็ดี ที่จำเลยอ้างว่าตนได้ว่าจ้างบริษัทในเช็คโกสโลวาเกียผลิตเครื่องยนต์สะลาเวียตามแบบแปลนของจำเลยก็ดี เป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอยไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุน เมื่อได้เปรียบเทียบกับคำพยานฝ่ายโจทก์ซึ่งแสดงความเป็นมาโดยลำดับของเครื่องยนต์

"SLAVIA" (สะลาเวีย) ตลอดจนการที่โจทก์ได้ตั้งให้จำเลยเองเป็นผู้เแทนจำหน่ายเครื่องยนต์ดังกล่าว กับพยานหลักฐานของจำเลยและเปรียบเทียบแบบตัวอักษรซึ่งประดิษฐ์ขึ้นใช้กับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ กับเครื่องหมายการค้าที่จำเลยขอจดไว้แล้วย่อมเห็นได้อย่างจะแจ้งว่า จำเลยเอาเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนนานแล้วไปจดทะเบียนเป็นของตนเองนั่นเอง ข้อต่อสู้ของจำเลยในเรื่องที่ว่าตนมีสิทธิดีกว่าโจทก์ในเครื่องหมายการค้านั้นฟังไม่ขึ้น ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ประเด็นข้อ ๕ คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ยังมิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่พิพาทไว้ในประเทศไทย

โจทก์จึงยังมิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ฉะนั้นแม้จำเลยจะนำเอาเครื่องหมายการค้าที่พิพาทมาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าของตนอันเป็นการขัดต่อประโยชน์ในทางการค้าของโจทก์ก็ตาม ก็ยังไม่ถึงกับเป็นเรื่องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อย่างไรก็ดีโจทก์ก็อาจใช้สิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ ตามที่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๔๑ เปิดช่องไว้ให้ แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็มิได้บัญญัติเรื่องอายุความเพื่อการนี้ไว้ จึงต้องนำบทบัญญัติทั่วไปอันว่าด้วยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ มาใช้บังคับอนุโลมอายุความดังกล่าวต้องเริ่มนับตั้งแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๙ ที่ศาลอุทธรณ์นับอายุความตั้งแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการจดทะเบียนของจำเลยนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย สิทธิของโจทก์เป็นสิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนทะเบียนตราบใดที่ยังไม่มีทะเบียนโจทก์ก็ไม่อาจจะใช้สิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนได้ อายุความในกรณีนี้จึงต้องเริ่มนับแต่เมื่อเครื่องหมายการค้าของจำเลยมีผลสมบูรณ์เป็นทะเบียน คือนับแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป ปรากฏตามภาพถ่ายสำเนาคำขอจดทะเบียนและทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งจำเลยอ้างมาเองตามหนังสือที่ ๑๙๘๔๓/๒๕๐๖ ของกระทรวงเศรษฐการ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ ว่า วันจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยคือวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ และวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๔๙๗ มิใช่ใน พ.ศ.๒๔๙๕ ดังที่จำเลยฎีกามา นับจากวันดังกล่าวถึงวันที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีนี้คือวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๐๖ ยังไม่เกิน ๑๐ ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ศิริ อติโพธิ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายสุด สุดตรา
ศาลอุทธรณ์ - นายคมกริช นุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้