Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3196/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่าง ส. กับ ต. แม้ไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคแรก ก็ตาม แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าที่มีเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เป็นหลักฐาน เจ้าของที่ดินจึงมีเพียงสิทธิครอบครองเท่านั้นเมื่อ ต. ได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ ส. บิดาโจทก์ถือว่า ต. ได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377,1378 แล้ว เมื่อโจทก์ได้เข้าครอบครองโดยบิดายกให้ โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แม้ขณะซื้อขายที่ดินพิพาทมีข้อตกลงว่าเมื่อไถ่ถอนจำนองแล้ว จึงจะมีการโอนที่ดินพิพาทให้แก่ ส. ก็เป็นเรื่องประสงค์จะให้มีหลักฐานทางทะเบียนภายหลังจากที่ได้โอนสิทธิครอบครองแล้วเท่านั้น เพราะในขณะที่มีการซื้อขายที่ดินพิพาทนั้น ต. ได้จำนองที่ดินดังกล่าวทั้งแปลงรวมทั้งที่ดินพิพาทไว้กับ พ. ไม่อาจทำการโอนทางทะเบียนได้ จึงมิใช่เงื่อนไขในสัญญาซื้อขายอันจะมีผลทำให้สัญญาซื้อขายดังกล่าวซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดกลายเป็นสัญญาจะซื้อขาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ซึ่งเป็นที่ดินส่วนด้านทิศใต้ของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 6 มีชื่อนายตา วนาพันธ์ เป็นเจ้าของ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโฉนดเลขที่ 19072) เมื่อปี 2521 บิดาโจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ และโจทก์เข้าครอบครองทำนาด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา ขณะนั้นนายตาจดทะเบียนจำนองที่ดินแก่นายพูลสายเหลา จึงไม่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์ หลังจากนายตาถึงแก่ความตาย โจทก์ติดต่อทายาทของนายตาให้จดทะเบียนโอนที่ดินแก่โจทก์ แต่ทายาทของนายตาไม่ยินยอม ต่อมาทายาทของนายตาขายที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 ขายแก่จำเลยที่ 1โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2538 จำเลยที่ 1โดยการสนับสนุนของจำเลยที่ 2 ได้ใช้รถแทรกเตอร์ไถที่ดินทำให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ไม่ได้ ขอให้พิพากษาว่า ที่ดินส่วนด้านทิศใต้ของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 19072 เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายปีละไม่ต่ำกว่า 1,920 บาท แก่โจทก์นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามแผนที่สังเขปเอกสารท้ายฟ้องอันเป็นที่ดินเฉพาะส่วนด้านทิศใต้ของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 19072เนื้อที่ 1 ไร่ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไปให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 1,920 บาท

นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดิน ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วยโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 6 เดิมเป็นของนายตา วนาพันธ์ นายตาจดทะเบียนจำนองแก่นายพูล สายเหลาขณะที่ยังไม่ไถ่ถอนจำนอง นายตาแบ่งขายที่ดินพิพาทให้แก่นายสงกรานต์ร่มเย็น บิดาโจทก์เมื่อปี 2521 นางสงกรานต์ให้โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ต่อมานายตาถึงแก่กรรม

นายอำคา วนาพันธ์ รับมรดกมาและได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2531จำเลยที่ 2 ขายต่อให้จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2536 ต่อมาที่ดินตาม น.ส.3 ก. ดังกล่าวได้ออกเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 19072 เมื่อวันที่ 8มีนาคม 2537 มีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยรวมที่ดินพิพาทไว้ด้วยตามโฉนดที่ดินเลขที่ 19072 เอกสารหมาย ล.1มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างนายสงกรานต์กับนายตาแม้ไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคแรก ก็ตาม แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าที่มีเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เป็นหลักฐานเจ้าของที่ดินจึงมีเพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น

เมื่อนายตาได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่นายสงกรานต์บิดาโจทก์ ถือว่านายตาได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377, 1378 แล้ว เมื่อโจทก์ได้เข้าครอบครองโดยบิดายกให้โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแม้นางดวงใจ ร่มเย็น และนางวนิดา ร่มเย็น พยานโจทก์ทั้งสองปากจะเบิกความว่าขณะซื้อขายที่ดินพิพาทมีข้อตกลงว่าเมื่อไถ่ถอนจำนองแล้ว จึงจะมีการโอนที่ดินพิพาทให้แก่นายสงกรานต์ก็ตาม ก็เป็นเรื่องประสงค์จะให้มีหลักฐานทางทะเบียนภายหลังจากที่ได้โอนสิทธิครอบครองแล้วเท่านั้น เพราะในขณะที่มีการซื้อขายที่ดินพิพาทนั้น นายตาได้จำนองที่ดินดังกล่าวทั้งแปลงรวมทั้งที่ดินพิพาทไว้กับนายพูล

ไม่อาจทำการโอนทางทะเบียนได้จึงมิใช่เงื่อนไขในสัญญาซื้อขายอันจะมีผลทำให้สัญญาซื้อขายดังกล่าวซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดกลายเป็นสัญญาจะซื้อขายดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย และเมื่อฟังว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแล้ว การที่จำเลยที่ 1 ใช้รถแทรกเตอร์ไถที่ดินพิพาททำให้โจทก์ไม่อาจเข้าไปทำนาได้ ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พีรพล จันทร์สว่าง · วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้