Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 31954)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดว่า นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหรือผู้ใดกระทำการใด ๆ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ถึงมาตรา 123 และการใช้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา 41 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มิได้บัญญัติว่าถึงที่สุดผู้ถูกกล่าวหาอาจฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ รวมทั้งการใช้อำนาจหน้าที่ตามมาตรา 41 หากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมประการใด ศาลย่อมมีอำนาจที่จะแก้ไขให้ถูกต้องและเหมาะสมได้ เมื่อศาลเห็นว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามความเห็นของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์รับจำเลยกลับเข้าทำงานศาลย่อมมีอำนาจกำหนดให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแทนการรับจำเลยกลับเข้าทำงานได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสามสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกจำเลยสำนวนที่ 2 และจำเลยสำนวนที่ 3 ว่าโจทก์ เรียกจำเลยสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 13 ตามลำดับ เรียกโจทก์สำนวนที่ 2 ว่า จำเลยที่ 14ถึงจำเลยที่ 26 ตามลำดับ และเรียกโจทก์สำนวนที่ 3 ว่า จำเลยที่ 27 และจำเลยที่ 28 ตามลำดับโจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการประเภทโรงแรม จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 13 เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 ระหว่างวันที่ 4 - 12 ธันวาคม 2523 ลูกจ้างโจทก์จำนวน 15 คนซึ่งทำงานอยู่ในแผนกอาหาร ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าโจทก์เลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม

ขอให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหาย จำเลยได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า ลูกจ้างทั้ง 15 คนเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและอยู่ในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างยังมีผลใช้บังคับ ลูกจ้างมิได้กระทำผิดอนุมาตราใดอนุมาตราหนึ่งในมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โจทก์เลิกจ้างลูกจ้างทั้ง 15 คน เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม มีคำสั่งให้โจทก์รับลูกจ้างทั้ง 15 คนกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมเหมือนไม่มีการเลิกจ้าง โจทก์เห็นว่าคำสั่งจำเลยไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์ประกอบกิจการแผนกอาหารไม่ได้รับผลสำเร็จ ขาดทุนตลอดมาโจทก์จึงเลิกแผนกอาหาร จึงจำเป็นต้องเลิกลูกจ้างแผนกอาหารทั้ง 15 คนโจทก์ได้จ่ายค่าทดแทนทุกคนตามกฎหมายแรงงาน

การเลิกจ้างของโจทก์ไม่เกี่ยวกับการที่ลูกจ้างเป็นกรรมการสหภาพแรงงานโจทก์มิได้กลั่นแกล้งลูกจ้าง มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม และคำสั่งของจำเลยควรให้โจทก์เลือกปฏิบัติได้ โดยให้โจทก์เลือกจ่ายค่าเสียหายแทนการรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลย หากเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้ ขอให้ศาลแก้ไขคำสั่งของจำเลยให้โจทก์เลือกปฏิบัติในการเลือกจ่ายค่าเสียหายให้ในจำนวนที่สมควรและเป็นธรรมจำเลยให้การว่า คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ถูกต้องแล้วขอให้ยกฟ้องโจทก์สำนวนที่ 2 และสำนวนที่ 3 ฟ้องและแก้ไขฟ้องมีใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน2523 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทุกคนอ้างว่าประสบการขาดทุน

โจทก์ร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้วินิจฉัยว่าการเลิกจ้างของจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้จำเลยรับโจทก์ทุกคนกลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิม จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติ ขอให้พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์ทุกคนกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิมเสมือนมิได้มีการเลิกจ้างกับจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์แต่ละคนด้วยจำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิใช่ผู้เสียหาย โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยชอบ เพราะจำเลยเลิกประกอบกิจการในแผนกที่โจทก์ทำงานเนื่องจากจำเลยประสบภาวะขาดทุนศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในสำนวนแรก ให้บริษัทอิทธิผลจำกัด

จำเลยในสองสำนวนหลังรับโจทก์ในคดีสองสำนวนหลังกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมเสมือนไม่มีการเลิกจ้างตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ คำขออื่นให้ยกบริษัทอิทธิผล จำกัด โจทก์ จำเลยที่ 14 - 20 และจำเลยที่ 23 - 28อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลแรงงานกลางสั่งรับเฉพาะอุทธรณ์โจทก์ ข้อ 2.3ส่วนข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ แต่ศาลฎีกายกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ จำเลยที่ 14 - 20 และ จำเลยที่ 23 - 28

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เห็นว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 จึงมีคำสั่งให้โจทก์จำเลยกลับเข้าทำงาน โจทก์ขอให้ศาลกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยแทนการรับจำเลยกลับเข้าทำงาน เมื่อศาลเห็นว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ศาลจะมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยแทนการรับจำเลยกลับเข้าทำงานได้หรือไม่ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121, 122 และมาตรา 123 บัญญัติห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหรือบุคคลผู้ใดกระทำการใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตราดังกล่าว ถือว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม เมื่อมีการฝ่าฝืนมาตรา 121, 122 หรือมาตรา 123 ผู้เสียหายเนื่องจากการฝ่าฝืนอาจยื่นคำร้องกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการฝ่าฝืนเมื่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้รับคำร้องกล่าวหา ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดและออกคำสั่งในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องกล่าวหาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 124 และมาตรา 125คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 41 ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้(4)

วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องตามมาตรา 124 และในกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดว่า เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้มีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือให้จ่ายค่าเสียหายหรือให้ผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามที่เห็นควร เห็นว่าการที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดว่า นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหรือผู้ใดกระทำการใด ๆ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 121ถึงมาตรา 123 และการใช้อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา 41 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มิได้บัญญัติว่าถึงที่สุดผู้ถูกกล่าวหาอาจฟ้องต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้รวมทั้งการใช้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 41 หากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมประการใด

ศาลย่อมมีอำนาจที่จะแก้ไขให้ถูกต้องและเหมาะสมได้ เมื่อศาลเห็นว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามความเห็นของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์รับจำเลยกลับเข้าทำงานศาลย่อมมีอำนาจกำหนดให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแทนการรับจำเลยกลับเข้าทำงานได้ อุทธรณ์ของบริษัทอิทธิผล จำกัด โจทก์ฟังขึ้น การกำหนดค่าเสียหายดังกล่าวศาลจะกำหนดให้หรือไม่กำหนดให้ หากกำหนดให้ควรเป็นเท่าใด ศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยพิพากษาแก้เป็นให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางบางส่วนเฉพาะเรื่องการกำหนดค่าเสียหาย ให้โจทก์จ่ายให้จำเลยแทนการรับจำเลยกลับเข้าทำงาน ให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาใหม่ในประเด็นข้อนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้