Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3181/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ต้นอ้อยเป็นไม้ล้มลุก ไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลูกกรรมสิทธิ์ในต้นอ้อยจึงเป็นของจำเลย สัญญาซื้อขายที่ดินไม่มีข้อความระบุว่าได้ขายต้นอ้อยในที่ดินนั้นแก่ผู้เสียหายข้อตกลงซึ่งทำไว้กับพนักงานสอบสวนว่า จะไปแบ่งแยกที่ดินกันหลังฤดูหีบอ้อยก็ดีและยอมให้ตอ อ้อยตกเป็นของผู้เสียหายก็ดี แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายที่ดินน่าจะไม่รวมถึงการขายต้นอ้อยในที่ดินดังกล่าวด้วย การขายที่ดินย่อมไม่มีผลให้กรรมสิทธิ์ในต้นอ้อยโอนไปเป็นของผู้เสียหายแต่อย่างใด เมื่อจำเลยตัดต้นอ้อยดังกล่าวไปจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335(1)(12), 357 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 และคืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(12) จำคุก 1 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา 78 คงจำคุก9 เดือน และคืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัย "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2529 นายช่วงสามีจำเลยได้ทำสัญญาขายที่ดินบางส่วนเนื้อที่ 42 ไร่ 1 งาน 32 วาแก่ผู้เสียหาย โดยไยังไม่ได้ไปทำการแบ่งแยกที่ดินกัน ขณะทำสัญญาซื้อขายจำเลยปลูกต้นอ้อยไว้ในที่ดินนั้นแล้ว ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยได้ตัดอ้อยบางส่วนในที่ดินแปลงที่ขายแก่ผู้เสียหายไป มีปัญหาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามฎีกาของโจทก์หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายมาเป็นพยานเบิกความว่า หลังจากฤดูหีบอ้อยแล้วจะไปแบ่งแยกที่ดินที่ซื้อขายกันที่อำเภอ ร้อยตำรวจตรีภัคธร เนตรสว่าง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่า

ผู้เสียหายกับจำเลยได้ไปพบร้อยตำรวจตรีภัคธรขอให้ทำบันทึกให้ปรากฏตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารหมาย จ.8ซึ่งมีข้อความว่า ผู้เสียหายให้จำเลยและสามีเช่าที่ดิน 25 ไร่ 3 งานไร่อ้อย โดยผู้เสียหายเป็นคนออกทุนให้รวมทั้งที่ดินอีก 37 ไร่ ของจำเลยด้วย ซึ่งฤดูหีบอ้อยปีนั้นจำเลยและสามีจะนำอ้อยที่ตัดมาเข้าโควต้าผู้เสียหาย และผู้เสียหายจะจ่ายเงินตามจำนวนอ้อยที่เข้าโควต้า เมื่อหมดฤดูหีบอ้อยแล้ว ตออ้อยทีเ่หลือในที่ดินทั้ง 2 แปลงยกให้เป็นของผู้เสียหาย พร้อมกับยกที่ดินจำนวน 37 ไร่ ให้แก่ผู้เสียหายเพื่อเป็นการชำระหนี้สินที่ค้างกันอยู่ 300,000 บาทเศษดังนี้ การที่ตกลงจะไปแบ่งที่ดินกันที่อำเภอหลังฤดูหีบอ้อยแล้วก็ดีการยอมให้ตออ้อยตกเป็นของผู้เสียหายก็ดี

แสดงให้เห็นว่าการซื้อขาย>ที่ดินกันระหว่างผู้เสียหายกับสามีของจำเลยน่าจะไม่รวมถึงการขายต้นอ้อยในที่ดินดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังปรากฏตามสัญญาการซื้อขายที่ดิน เอกสารหมาย ล.1 ซึ่งทำกันในวันเดียวกับที่จำเลยและผู้เสียหายไปพบร้อยตำรวจตรีภัคธรว่า สามีของจำเลยได้ขายที่ดินจำนวน 42 ไร่1 งาน 32 วา แก่ผู้เสียหายในราคา 300,000 บาท เท่านั้น มิได้มีข้อความในสัญญาดังกล่าวระบุว่าได้ขายต้นอ้อยในที่ดินนั้นแก่ผู้เสียหายแต่อย่างใด คงมีแต่คำของผู้เสียหายเบิกความตอบคำถามติงของโจทก์เท่านั้นว่าจเลยตกลงขายต้นอ้อยแก่ผู้เสียหายด้วยข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยหรือสามีได้ขายต้นอ้อยแก่ผู้เสียหาย และแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยกับสามีได้ขายที่ดินที่ปลูกต้นอ้อยแก่ผู้เสียหายแล้วก็ตาม แต่ต้นอ้อยเป็นไม้ล้มลุก

ไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลูกกรรมสิทธิ์ในต้นอ้อยจึงเป็นของจำเลย การขายที่ดินย่อมไม่มีผลให้กรรมสิทธิ์ในต้นอ้อยโอนไปเป็นของผู้เสียหายแต่อย่างใด เมื่อจำเลยตัดต้นอ้อยดังกล่าวไป จึงหาเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน คืนของกลางแก่เจ้าของ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้