Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายตั้งใจจะหาเรื่องจำเลย เนื่องจากมีสาเหตุทะเลาะวิวาทกันมาก่อน ถือได้ว่าการกระทำของผู้เสียหายเป็นอันตรายต่อจำเลย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิที่จะกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดพอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันตนเองได้ แต่การที่ผู้เสียหายเพียงแค่ใช้อาวุธมีดดาบปัดอาวุธปืนของจำเลยไปมาและท้าให้จำเลยยิงโดยมิได้เงื้ออาวุธมีดดาบขึ้นในลักษณะจะฟันทำร้ายจำเลย การที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหายถูกบริเวณไหปลาร้าขวาซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกายจึงไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แต่เป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 69

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 จำคุก 4 ปี จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้เสียหายและจำเลยกับพวกหลายคนร่วมดื่มสุรากันที่บ้านจำเลย ผู้เสียหายกับจำเลยมีเหตุโต้เถียงกันแล้วจำเลยถีบผู้เสียหายและไล่ผู้เสียหายออกจากบ้านจำเลยไป ประมาณ 30 นาทีต่อมา ผู้เสียหายย้อนกลับมาบ้านจำเลยโดยถือาวุธมีดดาบยาวประมาณ 80 เซนติเมตร มาด้วย เมื่อผู้เสียหายขึ้นมาบนบ้านและเดินเข้าหาจำเลย จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองยาวจ้องใส่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายใช้อาวุธมีดดาบปัดอาวุธปืนของจำเลยไปมา และท้าให้จำเลยยิง จำเลยจึงยิงใส่ผู้เสียหายไป 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหายบริเวณไหปลาร้าด้านขวาได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากผู้เสียหายเดินเข้ามาหาเรื่องจำเลย โดยผู้เสียหายถืออาวุธมีดดาบในลักษณะจะทำร้ายจำเลย จำเลยตกอยู่ในภาวะถูกต้อนจนมุมไม่อาจหลบเลี่ยงไปไหนได้ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้อาวุธปืนที่มีอยู่ในมือยิงผู้เสียหายป้องกันตัว จำเลยตั้งใจยิงที่แขนเพื่อให้ผู้เสียหายหยุดใช้อาวุธมีดดาบ จำเลยไม่ได้มีเจตนาเล็งยิงบริเวณหน้าอก เห็นว่า ตามคำเบิกความของนายเติม นาพิมพ์ นายสุนทร แพงวงศ์ และนายมนตรี สีสมน้อย ประจักษ์พยานโจทก์ได้ความสอดคล้องตรงกันว่า ก่อนจำเลยยิงผู้เสียหายนั้นจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องผู้เสียหายและบอกให้ผู้เสียหายถอยไปผู้เสียหายก็ใช้อาวุธมีดดาบปัดปากกระบอกปืนไปมาและทำให้จำเลยยิง

จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และผู้เสียหายทรุดลง โดยพยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวต่างเป็นญาติพี่น้องของผู้เสียหายและจำเลย จึงไม่มีเหตุระแวงว่าจะร่วมกันเบิกความให้ผิดจากที่ตนรู้เห็นเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายใด ที่จำเลยเบิกความปากเดียวลอย ๆ ว่า ผู้เสียหายเงื้ออาวุธมีดดาบขึ้นในลักษณะจะฟันจำเลยและต้อนจำเลยไปจนมุมไม่อาจหลบเลี่ยงนั้น จึงไม่อาจรับฟังหักล้างได้ ข้อเท็จจริงต้องฟังว่า การกระทำของผู้เสียหายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายตั้งใจจะหาเรื่องจำเลย เนื่องจากมีสาเหตุทะเลาะวิวาทกันมาก่อน ซึ่งถือได้ว่าการกระทำของผู้เสียหายเป็นอันตรายต่อจำเลย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง

จำเลยจึงมีสิทธิที่จะกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดพอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันตนเองได้ แต่การที่ผู้เสียหายเพียงแค่ใช้อาวุธมีดดาบปัดอาวุธปืนของจำเลยไปมาและท้าให้จำเลยยิงโดยมิได้เงื้ออาวุธมีดดาบขึ้นในลักษณะจะฟันทำร้ายจำเลย การที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหายถูกบริเวณไหปลาร้าขวาซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย จึงไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แต่เป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยเนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิดใด ๆ มาก่อนนั้น เห็นว่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งมีอานุภาพทำลายร้ายแรงยิงใส่ผู้เสียหายจนได้รับบาดแผลฉกรรจ์ ซึ่งตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผล นายแพทย์ผู้ตรวจบันทึกไว้ว่า ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีผู้เสียหายจะถึงแก่ความตายจากบาดแผลนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดโทษจำคุกและลดโทษให้แก่จำเลย คงจำคุกเพียง 3 ปี นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว และคดีไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี · จิระ โชติพงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้