Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3174/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์จะทำหนังสือให้ความยินยอมรับสภาพหนี้ที่ ธ. ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์และเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะถูกโจทก์ข่มขู่อันจะเป็นเหตุให้หนังสือให้ความยินยอมตกเป็นโมฆียะกรรมก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้บอกล้างหนังสือให้ความยินยอมภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้หนังสือให้ความยินยอมย่อมมีผลใช้บังคับ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามที่ได้ทำหนังสือให้ความยินยอมไว้ และเมื่อหนี้ตามหนังสือให้ความยินยอมดังกล่าวไม่มีกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 1 ชำระไว้เป็นการแน่นอน ทั้งการที่กำหนดให้โจทก์ไปดำเนินการเรียกร้องจาก ธ.และธนาคาร อ. ก่อน แล้วจำเลยที่ 1 จะชำระส่วนที่เรียกร้องไม่ได้ก็หาเป็นการที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1ผู้เป็นลูกหนี้แต่อย่างใดไม่ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อโจทก์ จึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของโจทก์ จำเลยที่ 2ค้ำประกันการเข้าเป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ละเลยการปฏิบัติตามหน้าที่และระเบียบทำให้นายธีระทุจริตยักยอกเงินค่ากระแสไฟฟ้าของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว 1,030,992.73 บาทซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชดใช้โจทก์ 822,685.68 บาท จำเลยที่ 1ยอมรับผิดและได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ ยอมชดใช้เงินที่นายธีระทุจริตไปทั้งหมดโดยให้โจทก์ดำเนินการเรียกร้องจากนายธีระและธนาคารเอเชียทรัสท์ จำกัด สาขาภูเก็ต ก่อน จำเลยที่ 1 จะชำระส่วนที่เรียกร้องไม่ได้ โจทก์ได้ดำเนินคดีแก่นายธีระและธนาคารดังกล่าวแล้วแต่ไม่สามารถเรียกร้องได้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,089,715.63 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปีในต้นเงิน 822,685.60 บาท นับแต่วันฟ้องจำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่โจทก์กำหนดไว้ จำเลยที่ 1 มิได้ร่วมรู้เห็นหรือร่วมทำการทุจริตกับนายธีระ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดในการกระทำของนายธีระ จำเลยที่ 1 ทำหนังสือให้ความยินยอมเพราะถูกโจทก์ข่มขู่ และโจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยจำเลยที่ 2 มิได้รับรู้หรือตกลงยอมด้วย จำเลยที่ 2 ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินให้โจทก์1,089,715.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน822,685.60 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นข้อแรกว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดในความเสียหายที่นายธีระ ตันสกุล ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ตามที่ได้ทำหนังสือยินยอมไว้หรือไม่ เห็นว่า แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 ทำหนังสือให้ความยินยอมตามเอกสารหมาย ล.3 หรือ จ.5 เพราะถูกโจทก์ข่มขู่อันจะเป็นเหตุให้หนังสือให้ความยินยอมตกเป็นโมฆียะกรรม แต่ภายหลังจากทำและพ้นจากการถูกข่มขู่แล้วจำเลยที่ 1 ก็หาได้เคยบอกล้างหนังสือให้ความยินยอมนั้นต่อโจทก์ไม่ เมื่อไม่มีการบอกล้างหนังสือให้ความยินยอมภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ หนังสือให้ความยินยอมจึงมีผลใช้บังคับจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดในความเสียหายที่นายธีระก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ตามที่ได้ทำหนังสือยินยอมไว้

จำเลยที่ 1 จะทำหนังสือให้ความยินยอมเพราะถูกโจทก์ข่มขู่หรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 ทำให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นจากความรับผิดนั้น เห็นว่าหนี้ตามหนังสือให้ความยินยอมเอกสารหมาย ล.3 หรือ จ.5 นั้น หาได้มีกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 1 ชำระไว้เป็นการแน่นอนแต่อย่างใดไม่ ทั้งการที่กำหนดให้โจทก์ไปดำเนินการเรียกร้องจากนายธีระ ตันสกุล และธนาคารเอเชียทรัสท์ จำกัด สาขาภูเก็ต ก่อน แล้วจำเลยที่ 1จะชำระส่วนที่เรียกร้องไม่ได้ก็หาเป็นการที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1 ผู้เป็นลูกหนี้แต่อย่างใดไม่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้