Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3173/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารและที่ดินติดต่อกันโดยจำเลยที่ 3 ผู้ขายได้ทำรั้วกั้นแนวเขตไว้ให้โจทก์จำเลยที่ 1 จึงเป็นเจ้าของรั้วพิพาทร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1344 การที่จำเลยที่ 1 ต่อเติมรั้วพิพาทเป็นกำแพงหรือผนังของอาคารสูงเกิน 3 เมตร ทำให้รั้วหมดสภาพไปย่อมเป็นการขัดต่อสิทธิของโจทก์ทั้งผิดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 27จำเลยที่ 1 จะอ้างว่ารั้วพิพาทนอกจากจะใช้เป็นแนวเขตแล้วยังสามารถใช้เป็นกำแพงหรือผนังอาคารได้ด้วยหาได้ไม่ จำเลยจึงต้องรื้อส่วนที่ต่อเติมออก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันจ้างจำเลยที่ 3 ให้ทำการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยในที่ดินของจำเลยที่ 1 ซึ่งติดต่อกับที่ดินของโจทก์โดยขัดต่อกฎหมายและเทศบัญญัติของกรุงเทพมหานคร และได้ก่อสร้างผนังอาคารส่วนหนึ่งบนกำแพงรั้วส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ขึ้นไปตามแนวกำแพงรั้วและรุกล้ำเข้ามาในแนวที่ดินโจทก์ เป็นเหตุให้กำแพงรั้วโจทก์เกิดรอยร้าวแตกแยกหลายแห่ง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันรื้อถอนอาคารส่วนที่สร้างบนกำแพงรั้วของโจทก์และทำการซ่อมกำแพงรั้วของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิมโดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกัน และจำเลยที่ 3 ฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 3 ต่อเติมอาคารภายในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้รุกล้ำหรือกระทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์แต่อย่างใด

กำแพงรั้วพิพาทเป็นของจำเลยที่ 3 มิใช่ของโจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ตกลงให้จำเลยที่ 3 ต่อเติมอาคารตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง และเมื่อโจทก์เจาะสกัดกำแพงรั้วพิพาทของจำเลยที่ 3และทำเหล็กเชื่อมตรึงเป็นตาข่ายเป็นเหตุให้กำแพงรั้วของจำเลยที่ 3เสียหาย ขอให้บังคับโจทก์รื้อเหล็กตาข่ายที่ติดตรึงกำแพงรั้วของจำเลยที่ 3 ออกไปและซ่อมแซมรั้วกำแพงให้อยู่ในสภาพเดิม กับให้ชำระเงินจำนวน 1,000 บาท แก่จำเลยที่ 3โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในกำแพงรั้วด้วยโจทก์สร้างตาข่ายเหล็กเพื่อป้องกันการกระทำละเมิดของจำเลยทั้งสามขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 3โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรื้อกำแพงรั้วพิพาทตามภาพถ่าย ส่วนที่ต่อเติมทั้งหมดโดยมิให้แนวกำแพงรั้วพิพาท (แนวรั้วเดิม) เสียหายและทำให้กำแพงรั้วมีสภาพเหมือนเดิม โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสาม คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสียจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองและจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกายอมรับฟังเป็นยุติได้ว่าฝ่ายจำเลยต่อเติมรั้วพิพาทเป็นกำแพงหรือผนังของอาคาร มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพียงว่าจำเลยที่ 1 มีสิทธิต่อเติมรั้วพิพาทได้หรือไม่ เห็นว่า ที่ดินของโจทก์อยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ 1 รั้วพิพาทเป็นรั้วกั้นแนวเขตระหว่างที่ดินของบุคคลทั้งสองโดยโจทก์และจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินและทาวน์เฮาส์จากจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นผู้สร้างขายพร้อมกับทำรั้วกั้นแนวเขตให้เช่นเดียวกับทาวน์เฮาส์หลังอื่น ๆ ที่อยู่ในแนวเดียวกัน ดังนั้นโจทก์และจำเลยที่ 1 จึงเป็นเจ้าของรั้วพิพาทรวมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1344 การที่ฝ่ายจำเลยต่อเติมรั้วพิพาทเป็นกำแพงหรือผนังของอาคารทำให้รั้วหมดสภาพไปย่อมเป็นการขัดต่อสิทธิของโจทก์

นอกจากนั้นตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 27ก็ได้กำหนดไว้ว่ารั้วหรือกำแพงกั้นเขตให้ทำได้สูงเหนือระดับถนนสาธารณะไม่เกิน 3 เมตร ปรากฏว่าตามภาพถ่ายหมาย จ.13 ภาพที่ 4-6ฝ่ายจำเลยได้ต่อเติมกำแพงรั้วสูงจากระดับรั้วเดิมมาก อันเป็นการผิดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะอ้างว่ารั้วพิพาทนอกจากใช้เพื่อเป็นแนวเขตแล้วยังสามารถใช้เป็นกำแพงหรือผนังอาคารได้ด้วยหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรื้อกำแพงรั้วพิพาทในส่วนที่ต่อเติมนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ คำอ่อน · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้