Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3173/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลแรงงานกลางเห็นสมควรยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ขึ้นวินิจฉัย แสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วว่าคดีนั้นจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคสอง ที่บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัย ศาลแรงงานกลางหามีอำนาจวินิจฉัยเสียเองไม่เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ การที่ศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยเสียเองว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางจึงเป็นการไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 9 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2525 จำเลยทำสัญญารับจ้างเฝ้ารักษาไม้ที่โรงเรียนบ้านลำเลียง จำนวน196 ท่อน ปริมาตร 356.58 ลูกบาศก์เมตร ของโจทก์ โดยสัญญาว่าถ้าไม้สูญหายหรือเสียหายไม่ว่าด้วยประการใด ๆ จำเลยยอมให้โจทก์ปรับไม่เกินลูกบาศก์เมตรละ 1,000 บาท สำหรับไม้กะยาเลย อื่น ๆ และไม่เกินต้นละ ท่อนละหรือลูกบาศก์เมตรละ3,000 บาท สำหรับไม้ประดู่ พยุง ชิงชัง มะค่าโมงและตะเคียนทอง และไม่เกินต้นละ ท่อนละ หรือลูกบาศก์เมตรละ8,000 บาท สำหรับไม้สัก จำเลยตรวจสอบและรับไม้ไว้ถูกต้องแล้วในวันทำสัญญา ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม 2527 เจ้าพนักงานป่าไม้รายงานให้โจทก์ทราบว่า ไม้ตามสัญญาจ้างเฝ้ารักษาซึ่งจะส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อได้สูญหายไป

ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน โดยให้จำเลยชำระค่าปรับตามสัญญาจ้างเฝ้ารักษาไม้ในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 650 บาท คิดเป็นเงิน231,777 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเงิน 231,777 บาท และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 มีนาคม 2527 จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 143,114.36 บาท รวมเป็นเงิน 374,891.36 บาทและให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวน 231,777 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า สัญญาทั้งสองฉบับเป็นสัญญาที่ไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์ ในวันทำสัญญานายสมศักดิ์ อิ่มพงษ์ เจ้าหน้าที่ของโจทก์นำเอกสารสัญญาทั้งสองฉบับมาให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาในฐานะผู้รับจ้าง โดยมีนายสมศักดิ์และครูโรงเรียนบ้านลำเลียงคนหนึ่งลงชื่อเป็นพยาน โดยไม่มีผู้ว่าจ้างลงลายมือชื่อแล้วนายสมศักดิ์นำสัญญาทั้งหมดไป

จำเลยทรายภายหลังว่ามีการลงลายมือชื่อผู้ว่าจ้างในสัญญา ชื่อนายอำนวย มธุโรรสโดยไม่ได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าจำเลยและพยานทั้งสอง ลายมือชื่อผู้ว่าจ้างเป็นลายมือชื่อปลอม และการทำสัญญาได้ทำที่โรงเรียนบ้านลำเลียงไม่ใช่ทำที่สวนทำไม้สุราษฎร์ธานีสัญญาทั้งสองฉบับได้เลิกกันแล้ว โดยนายสมศักดิ์ได้บอกเลิกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2526 จำเลยส่งมอบไม้ทั้งหมดตามสัญญาคือให้นายสมศักดิ์แล้ว นายสมศักดิ์เห็นว่าถูกต้องและรับไม้คืนทั้งหมดพร้อมกับจ่ายค่าจ้างให้แก่จำเลย สัญญาจ้างเฝ้ารักษาไม้ทั้งสองฉบับเลิกกัน โจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆต่อกันตามสัญญาทั้งสองฉบับ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับสัญญาจ้างเอกสารหมาย

จ.1 และ จ.2 ว่า เป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ขึ้นวินิจฉัยก่อน โดยวินิจฉัยว่า การทำสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 มิใช่สัญญาจ้างแรงงานหากแต่เป็นสัญญาจ้างอย่างอื่น เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยดังกล่าวมิใช่เป็นการจ้างแรงงาน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นพิพาทข้ออื่นต่อไปพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจวินิจฉัยว่า "

โจทก์อุทธรณ์ว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจ้างให้ทำงานโดยคำนึงถึงระยะเวลาให้ทำงาน และตกลงจ่ายค่าจ้างตามระยะเวลาที่ทำงานให้อีกทั้งอำนาจการครอบครองไม้อยู่แก่โจทก์ผู้ว่าจ้าง จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างเพียงแต่เฝ้ารักษามิให้ไม้สูญหายหรือเป็นอันตรายเท่านั้นข้อพิพาทตามสัญญาดังกล่าวจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8(1) คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียเองว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลแรงงานนั้นชอบหรือไม่ หรือว่าต้องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคสองบัญญัติว่า "ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในศาลแรงงานหรือศาลอื่นให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางให้เป็นที่สุด" เห็นว่าคดีนี้เมื่อศาลแรงงานกลางเห็นสมควรยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ขึ้นวินิจฉัย แสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วว่าคดีนี้จะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่

ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 9 วรรคสอง ที่บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัยศาลแรงงานกลางหามีอำนาจวินิจฉัยเสียเองไม่ เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีนี้จะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ การที่ศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยเสียเองว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางจึงเป็นการไม่ชอบคดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อนว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ แล้วดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · ชลิต ประไพศาล · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2532

คำวินิจฉัยของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางแยกเป็น 2 ประการคือนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่และเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2529

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่ากรณีไม่ต้องด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 8(5)ไม่รับฟ้อง ดังนี้ การพิจารณาของศาลแรงงานกลางเป็นอันสิ้นสุดไปแล้ว โจทก์ยื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12353/2558

ในกรณีที่นายจ้างไม่พอใจคำสั่งเป็นหนังสือของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมที่ให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบหรือเงินเพิ่ม หรือนำส่งจำนวนไม่ครบ อันเป็นการสั่งตาม พ.ร.บ.ปร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้