Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 31684)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยเป็นสิทธิที่ได้กำหนดไว้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแต่ก็มิได้กำหนดอายุความสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไว้เป็นพิเศษ ต้องถืออายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 ข้อ 1 ที่ว่า 'การเลิกจ้างตามข้อนี้หมายความว่า การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานปลดออกจากงาน หรือไล่ออกจากงาน โดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามข้อ 47 ฯลฯ' นั้น หมายถึงการที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานไม่ว่ากรณีใดๆ โดยมิได้ยกเว้นไว้ว่า การให้ออกจากงานเพราะขาดคุณสมบัติไม่เป็นการเลิกจ้าง การที่โจทก์ให้จำเลยออกจากงานเพราะจำเลยขาดคุณสมบัติ จึงถือว่าเป็นการเลิกจ้างจำเลยตามประกาศดังกล่าวเงินบำเหน็จเป็นเงินต่างประเภทจากค่าชดเชย จึงถือไม่ได้ว่าเงินบำเหน็จเป็นค่าชดเชย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำต่อมาได้เลิกจ้างโจทก์เพราะเป็นคนต่างด้าว โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทั้งสองคนละ 13,380 บาทจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสองมีสัญชาติอินเดีย จำเลยให้โจทก์ทั้งสองออกจากงานเพราะโจทก์ขาดคุณสมบัติตามระเบียบคุณสมบัติมาตรฐานพนักงานยาสูบจำเลยให้ออกจากงานเพราะขาดคุณสมบัติ ไม่ใช่เลิกจ้าง โจทก์ทั้งสองได้รับบำเหน็จไปตามระเบียบแล้ว ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยซ้ำอีก คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะขาดคุณสมบัติเป็นการเลิกจ้าง

เงินบำเหน็จที่โจทก์ได้รับไปแล้วเป็นเงินประเภทอื่นต่างหากจากค่าชดเชย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 13,380 บาทจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยนี้เป็นสิทธิที่ได้กำหนดไว้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแต่ก็มิได้กำหนดอายุความสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไว้เป็นพิเศษ จึงจะถือเอาอายุความ2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 ดังจำเลยอุทธรณ์หาได้ไม่ต้องถืออายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 นับแต่โจทก์ทั้งสองออกจากงานจนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี จึงไม่ขาดอายุความที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ทั้งสองต้องพ้นจากสภาพการเป็นพนักงานยาสูบเพราะขาดคุณสมบัติเป็นผลของกฎหมาย

มิใช่เป็นการเลิกจ้าง ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยนั้น เห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯข้อ 46 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ข้อ 1 ที่ใช้บังคับอยู่ขณะที่จำเลยทั้งสองให้โจทก์ทั้งสองออกจากงานได้คำนิยามไว้ว่า "การเลิกจ้างตามข้อนี้หมายความว่า การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานปลดออกจากงาน หรือไล่ออกจากงาน โดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามข้อ 47 ฯลฯ" ซึ่งหมายถึงการที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานไม่ว่ากรณีใด ๆโดยมิได้ยกเว้นว่าการให้ออกจากงานเพราะขาดคุณสมบัติมิใช่เป็นการเลิกจ้าง ผลปรากฏว่านอกจากจำเลยได้ออกระเบียบโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานพนักงานยาสูบ พ.ศ. 2518 ซึ่งมีความในข้อ 4 ว่า

"พนักงานยาสูบต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (1) มีสัญชาติไทย ฯลฯ" และข้อ 6 ว่า "พนักงานยาสูบที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ 4 ให้พ้นจากสภาพการเป็นพนักงานยาสูบ เมื่อพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ" ซึ่งเป็นการกำหนดคุณสมบัติทั่ว ๆ ไปของพนักงานยาสูบที่จะทำงานกับจำเลยทั้งสองได้ต่อไปแล้วจำเลยทั้งสองยังได้มีคำสั่งที่ ท.49/2518ให้โจทก์ทั้งสองพ้นสภาพการเป็นพนักงานยาสูบอันเป็นการเลิกจ้างจำเลยทั้งสองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วยส่วนปัญหาที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ทั้งสองได้รับเงินบำเหน็จไปตามระเบียบแล้วไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยซ้ำอีกนั้น โดยปกติเป็นที่เห็นได้แล้วว่าโดยสภาพและชื่อที่เรียกเงินบำเหน็จเป็นเงินต่างประเภทจากค่าชดเชย ทั้งมิได้มีหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่า เงินบำเหน็จที่จำเลยทั้งสองจ่ายให้โจทก์ทั้งสองถือได้ว่าเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จึงถือไม่ได้ว่าเงินบำเหน็จเป็นค่าชดเชยโจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยทั้งสองได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2551

จำเลยและ พ. กับพี่น้องตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร้านค้าร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์แบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน จึงเข้าลักษณะสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 การที่ พ. สั่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2548

การที่ ต. บิดาของโจทก์ที่ 2 ได้รับพระราชทานตราตั้งและพระครุฑจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ใช้กิจการของห้างทองตั้งโต๊ะกังเมื่อปี 2464 แสดงให้เห็นว่ากิจการค้าทองของห้างตั้งโต๊ะกังเป็นกิจการค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2548

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจและขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงไม่เป็นพ่อค้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 (1) เดิม แต่ต่อมามาตรา 193/34 (1)…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2548

โจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการซึ่งมีอำนาจเบิกถอนเงินของจำเลยจากธนาคาร โจทก์ได้เบิกเงินของจำเลยจากธนาคารมาใช้ต่อรองกับ ค. กรรมการของจำเลยให้ยอมทำสัญญาชำระค่าชดเชยแก่โจทก์เนื่องจากจำเลยมีมติให้โจทก์ออกจากการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2548

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "HACKETT" ที่ใช้กับสินค้าเสื้อผ้าและใช้เป็นชื่อบริษัทอยู่ก่อน จำเลยนำคำว่า "HACKETT" มายื่นขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าใช้กับสินค้าเสื้อผ้าเช่นเดียวกันโดยไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้