คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในทางแพ่งด้วย ในระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ศาลอาญามีอำนาจพิจารณาเฉพาะคดีอาญา จึงไม่รับคดีส่วนแพ่งของโจทก์ และไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องคดีส่วนอาญา
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๗ วรรคสอง จำคุก ๓ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีเดิมจำเลยฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ จำเลยเบิกความในคดีนั้นว่า โจทก์ออกเช็คพิพาทแล้วนำไปแลกเงินสดจากจำเลย เมื่อโจทก์เองก็เบิกความรับว่า เดิมนายไพฑูรย์ อนาศาสตร์ น้องของโจทก์ได้สลักหลังเช็คของบริษัทสไมล์การพิมพ์ จำกัด แล้วนำไปแลกเงินสดจากจำเลย โจทก์ทราบว่าธนาคารจะต้องปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คของบริษัทสไมล์การพิมพ์ จำกัดเพราะบริษัทกำลังมีปัญหาทางการเงิน โจทก์จึงออกเช็คพิพาทแล้วนำไปให้จำเลยเพื่อแลกเช็คของบริษัทสไมล์การพิมพ์ จำกัด คืนมาเพราะต้องการชำระหนี้แทนนายไพฑูรย์น้องชาย ดังนั้น เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่โจทก์ออกเพื่อชำระหนี้แก่จำเลยส่วนข้อที่ว่าโจทก์นำไปแลกเงินสดหรือแลกเช็คอื่นจากจำเลยนั้นมิใช่ข้อสำคัญในคดีดังกล่าว แม้จำเลยจะเบิกความแตกต่างไปบ้างก็มิใช่ข้อสำคัญในคดีการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.