Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3154/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้าราชการกระทรวงกลาโหมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าราชการทหารกับข้าราชการกลาโหมพลเรือนซึ่งจะไม่ได้รับยศทันทีที่เข้ารับราชการ จำเลยที่ 1 สมัครเข้ารับราชการในโรงงานเภสัชกรรมทหารพร้อมกับทำสัญญากับโจทก์มีข้อความระบุไว้ว่าเป็นสัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งหมายความว่า มิใช่สัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน การที่ทางราชการบรรจุแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนจึงมิได้เป็นไปตามข้อกำหนดสัญญาที่ทำกันไว้ ข้อสัญญาที่ให้จำเลยที่ 1 ต้องอยู่ปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงไม่มีผลบังคับเมื่อจำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้เงินตามสัญญาเข้ารับราชการ และสัญญาค้ำประกันเป็นเงินจำนวน 45,056.25 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน45,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 45,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ข้าราชการกระทรวงกลาโหมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าราชการทหารกับข้าราชการกลาโหมพลเรือนซึ่งจะไม่ได้รับยศทันทีที่เข้ารับราชการ

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2528 จำเลยที่ 1 สมัครเข้ารับราชการในโรงงานเภสัชกรรมทหาร พร้อมกับทำสัญญากับโจทก์ไว้ว่าเมื่อทางราชการมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร จำเลยที่ 1 ยินดีรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปีถ้าจำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี หรือทางราชการมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี เพราะความผิดของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยอมเสียค่าปรับให้แก่โจทก์ โดยถ้ารับราชการไม่ครบ 1 ปี จำเลยที่ 1 ยอมเสียค่าปรับเป็นเงิน 45,000บาทปรากฏตามสัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรเอกสารหมาย จ.8 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันการเข้ารับราชการของจำเลยที่ 1 ปรากฏตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย

จ.9ต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2529 กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งบรรจุให้จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร จำเลยที่ 1 ได้ไปรายงานตัวเข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2529 ต่อมาวันที่ 10 มีนาคม2529 จำเลยที่ 1 ได้ขอลาออกจากราชการโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2529 กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งอนุมัติให้จำเลยที่ 1ออกตามที่ขอคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยแต่เพียงว่า การที่จำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี เป็นการปฏิบัติผิดสัญญาและจำเลยทั้งสองจะต้องชำระค่าปรับให้แก่โจทก์หรือไม่ จากคำเบิกความของจำเลยที่ 1ได้ความว่า ที่จำเลยที่ 1 สมัครเข้ารับราชการที่โรงงานเภสัชกรรมทหารเพราะจำเลยที่ 1 ต้องการมียศทางทหาร

คำเบิกความของจำเลยที่ 1ดังกล่าวสอดคล้องกับสัญญาที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.8 โดยสัญญาดังกล่าวมีข้อความระบุไว้ว่าเป็นสัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งหมายความว่ามิใช่สัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน สัญญาดังกล่าวข้อ 1ก็เขียนไว้มีใจความว่า เมื่อทางราชการมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร จำเลยที่ 1 ยินดีรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี นับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 รับหน้าที่ปฏิบัติราชการ ข้อความเช่นนี้ย่อมหมายความว่าทางราชการจะมีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร และจำเลยที่ 1 จะอยู่ปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า3 ปี

เมื่อสัญญาเป็นดังนี้ การที่ทางราชการบรรจุแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน จึงมิได้เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาที่ทำกันไว้ ข้อสัญญาที่ให้จำเลยที่ 1 ต้องอยู่ปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงไม่มีผลบังคับ ที่จำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้