Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3152/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.พ.พ. มาตรา 193/34 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม... เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำหรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่นรวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง..." และมาตรา 193/33 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ให้มีกำหนดอายุความห้าปี (1)...(5) สิทธิเรียกร้องตามมาตรา 193/34 (1) (2) และ (5) ที่ไม่อยู่ในบังคับอายุความสองปี" เมื่อโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมในการผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์และสินค้าอื่น ๆ เมื่อพิจารณาชื่อของบริษัท ศ. ลูกหนี้แล้ว เห็นว่า เป็นบริษัทค้าวัสดุ และบริษัทดังกล่าวติดต่อซื้อปูนซีเมนต์ไปจากโจทก์ เมื่อปี 2536 ต่อมาปี 2537 จำเลยทั้งสองจึงผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับบริษัท ศ. เพื่อชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าปูนซีเมนต์ที่บริษัทดังกล่าวมีอยู่ต่อโจทก์ก่อนแล้ว หรือขณะทำสัญญาค้ำประกันรวมทั้งหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตโดยกำหนดต้นเงินค้ำประกันสูงถึง 6,000,000 บาท แสดงว่าการซื้อขายปูนซีเมนต์ระหว่างโจทก์กับบริษัท ศ. มิได้กระทำเพียงคราวเดียว แต่เป็นการซื้อขายปูนซีเมนต์จำนวนมากต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2536 จึงเชื่อว่า บริษัท ศ. ซื้อปูนซีเมนต์จากโจทก์ไปเพื่อจำหน่าย มิใช่ซื้อไปเพื่อให้เป็นการเฉพาะภายในบริษัท กรณีย่อมตกอยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5) ประกอบมาตรา 193/34 (1) สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความห้าปี มิใช่สองปี เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัท ศ. ชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมจึงต้องร่วมรับผิดด้วย แต่โจทก์ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียวและการที่ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งชำระหนี้นั้น ย่อมได้เป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น ๆ ด้วย ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 291 และมาตรา 292 เพื่อมิให้โจทก์บังคับชำระหนี้เอาแก่บริษัท ศ. ในคดีอื่นซ้ำซ้อนกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้ จึงกำหนดความรับผิดในการชำระหนี้ของจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับบริษัท ศ. ไว้ในคำพิพากษาคดีนี้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสองในฐานะผู้ค้ำประกันให้ร่วมรับผิดกับบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ในมูลหนี้ตามสัญญาซื้อขาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง ส่วนจำเลยทั้งสองให้ยกฟ้อง โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 275,563.84 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม มูลหนี้เดิมที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดคือมูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายซึ่งมีอายุความสองปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 บริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด เข้าทำสัญญากับโจทก์ตั้งแต่ปี 2536 โจทก์จึงต้องฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดภายในปี 2538 โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดในหนี้ดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2544 เกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การซื้อขายระหว่างโจทก์กับบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด เป็นการซื้อขายระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าหรือุตสาหกรรมกับบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ซึ่งได้ซื้อปูนซีเมนต์ไปจากโจทก์เพื่อกิจการค้าของบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (5) ประกอบมาตรา 193/34 (1) สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความห้าปีนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตกรรม...

เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำหรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง..." และมาตรา 193/33 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความห้าปี (1)...(5) สิทธิเรียกร้องตามมาตรา 193/34 (1) (2) และ (5) ที่ไม่อยู่ในบังคับอายุความสองปี" เมื่อโจทก์เป็นนิติบุคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมในการผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์และสินค้าอื่น ๆ เมื่อพิจารณาชื่อของบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด แล้ว เห็นว่า เป็นบริษัทค้าวัสดุ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า บริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ

จำกัด ติดต่อซื้อปูนซีเมนต์ไปจากโจทก์เมื่อปี 2536 ต่อมาวันที่ 15 กันยายน 2537 จำเลยทั้งสองจึงผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด เพื่อชำระหนี้หนี้ค่าซื้อสินค้าปูนซีเมนต์ที่บริษัทดังกล่าวมีอยู่ต่อโจทก์ก่อนแล้ว หรือขณะทำสัญญาค้ำประกัน รวมทั้งหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยกำหนดต้นเงินค้ำประกันสูงถึง 6,000,000 บาท แสดงว่าการซื้อขายปูนซีเมนต์ระหว่างโจทก์กับบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด มิได้กระทำเพียงครั้งหนึ่งคราวเดียวแต่เป็นการซื้อขายปูนซีเมนต์จำนวนมากต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2536 จึงเชื่อว่าบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ซื้อปูนซีเมนต์จากโจทก์ไปเพื่อจำหน่ายมิใช่ซื้อไปเพื่อใช้เป็นการเฉพาะภายในบริษัท

กรณีย่อมตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (5) ประกอบมาตรา 193/34 (1) สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความห้าปี มิใช่สองปี ศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่ 1077/2544 พิพากษาให้บริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อไป นับแต่วันที่ 30 มีนาคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ แสดงว่าบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ผิดนัดนับแต่วันที่ 30 มีนาคม 2543 เป็นต้นมา แม้นางสาวมัลลิกา ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ จะเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยทั้งสองว่า หนี้ค่าซื้อปูนซีเมนต์ของบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ครบกำหนดชำระวันที่ 30 พฤศจิกายน 2541 ก็ตาม แต่เมื่อนับจากวันดังกล่าวถึงวันที่โจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้

คือวันที่ 6 กันยายน 2544 แล้วก็ยังไม่ล่วงพ้นกำหนดอายุความห้าปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ สำหรับปัญหาว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใดนั้น เนื่องจากโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงมาเสร็จสิ้นเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้ โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1077/2544 พิพากษา ให้บริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ชำระเงินจำนวน 254,094.56 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 201,706.21 บาท นับถัดจากวันฟ้อง คือวันที่ 21 ธันวาคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมจึงต้องร่วมรับผิดด้วย แต่โจทก์ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว และการที่ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งชำระหนี้นั้นย่อมได้เป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น

ๆ ด้วย ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 และมาตรา 292 เพื่อมิให้โจทก์บังคับชำระหนี้เอาแก่บริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1077/2544 ซ้ำซ้อนกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้ จึงกำหนดความรับผิดในการชำระหนี้ของจำเลยทั้งสองไว้ในคำพิพากษานี้ด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 254,094.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 201,706.21 บาท นับถัดจากวันที่ 21 ธันวาคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับบริษัทศรียนต์ค้าวัสดุ จำกัด ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1077/2544 ของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้