Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3144/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กฎกระทรวงฉบับที่ 28(พ.ศ. 2504) ข้อ 4 ที่ออกตามความในมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช 2473 มีความว่าในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้กำหนดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารแบบใช้เพลาที่จะจดทะเบียนได้ไม่เกิน 8,000 คันนั้น มีเจตนารมณ์ที่จะจำกัดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารโดยให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกิน 8,000 คันจะรับจดทะเบียนเกินกว่านี้ไม่ได้ หาได้หมายความว่าถ้ายังจดทะเบียนไม่ครบจำนวนดังกล่าวแล้ว หากมีผู้มาขอจดทะเบียนอีกก็จะต้องรับจดทะเบียนให้จนครบจำนวนดังกล่าวไม่ เพราะอยู่ในดุลพินิจของนายทะเบียนที่จะเห็นสมควรตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้โดยสารผู้ใช้ถนนสัญจรไปมา และความสะดวกในการจราจร คณะกรรมการพิจารณาปัญหารถผิดกฎหมายและการประกอบการรถยนต์รับจ้างของ กระทรวงมหาดไทย เคยมีมติว่า ไม่ควรเพิ่มโควต้าป้ายทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีที่จะให้จำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อในกรุงเทพมหานครค่อย ๆ ลดลงไปตามลักษณะและการสิ้นสภาพของรถ ทั้งหลังจากโจทก์ฟ้องคดีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 27(พ.ศ. 2530) โดยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5(12) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ข้อ 2 ให้งดรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อในเขตกรุงเทพมหานคร แสดงให้เห็นนโยบายของรัฐบาลว่านอกจากจะจำกัดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อในกรุงเทพมหานครแล้วยังต้องการให้ลดจำนวนลงไปตามลักษณะการสิ้นสภาพของรถด้วยดังนั้น การที่จำเลยใช้ดุลพินิจไม่รับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารแบบใช้เพลาให้โจทก์ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบเพื่อสนองนโยบายของ รัฐบาล ถือไม่ได้ว่าเป็นการขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 28(พ.ศ. 2504) ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2473 มาตรา 38 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 5 กฎกระทรวง ฉบับที่ 28 (พ.ศ.2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2473 มาตรา 4 กฎกระทรวง ฉบับที่ 27 (พ.ศ.2530) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมสังกัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ควบคุมดูแลและรับจดทะเบียนรถประเภทต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรจำเลยที่ 2 เป็นนายทะเบียนยานพาหนะทั่วราชอาณาจักร จำเลยที่ 3เป็นนายทะเบียนประจำกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่รับจดทะเบียนรถประเภทต่าง ๆ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์สามล้อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน แบบใช้เพลาจำนวน 519 คันต่อจำเลยที่ 3 แต่จำเลยที่ 3 ไม่รับจดทะเบียนให้ การกระทำของจำเลยทั้งสามไม่ชอบด้วยกฎกระทรวงฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช 2473 ข้อ 4 เป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันรับจดทะเบียนรถยนต์สามล้อรับจ้างดังกล่าวให้โจทก์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสามไม่ยอมจดทะเบียนภายในกำหนด ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนก่อนจำเลยทั้งสามยื่นคำให้การ โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การว่า กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 28(พ.ศ. 2504) กำหนดให้รถยนต์สามล้อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารแบบใช้เพลาที่จะจดทะเบียนได้ไม่เกิน 8,000 คัน ขณะนี้นายทะเบียนประจำกรุงเทพมหานครรับจดทะเบียนไปแล้ว 7,406 คัน โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนรถยนต์สามล้อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน แบบใช้เพลาจำนวน519 คันต่อจำเลยที่ 3 ต่อมาจำเลยที่ 2 ออกคำสั่งแจ้งจำเลยที่ 3ว่า ไม่อาจรับจดทะเบียนรถยนต์สามล้อจำนวนดังกล่าวได้ ตามมติของคณะกรรมการพิจารณาปัญหารถผิดกฎหมายและการประกอบการรถยนต์รับจ้างและมติของรัฐมนตรี อันเป็นการกระทำตามนโยบายของรัฐบาล จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2504) ลงวันที่ 12 เมษายน 2504ข้อ 4 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์พุทธศักราช 2473 ซึ่งมีความว่า ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีให้กำหนดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารแบบใช้เพลาที่จดทะเบียนได้ไม่เกิน 8,000 คัน โดยให้เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ไว้ว่า เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่ใช้อยู่ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีมีจำนวนมากขึ้น จึงสมควรกำหนดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารแบบใช้เพลาเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ซึ่งทำให้เห็นเจตนารมณ์ได้ว่าต้องการจำกัดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารโดยให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกิน 8,000 คัน

จะรับจดทะเบียนเกินกว่านี้ไม่ได้เท่านั้น หาได้หมายความว่า ถ้ายังรับจดทะเบียนไม่ครบจำนวน 8,000 คันแล้ว หากมีผู้มาขอจดทะเบียนอีกก็จะต้องรับจดทะเบียนให้จนครบจำนวนดังกล่าว เพราะอยู่ในดุลพินิจของนายทะเบียนที่จะเห็นสมควรตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้โดยสารผู้ใช้ถนนสัญจรไปมาและความสะดวกในการจราจร ยิ่งกว่านี้คณะกรรมการพิจารณาปัญหารถผิดกฎหมายและการประกอบการรถยนต์รับจ้างของกระทรวงมหาดไทยยังได้เคยมีมติเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2527 ตามเอกสารหมาย ล.8 หน้า 18 ด้วยว่า ไม่ควรเพิ่มโควต้าป้ายทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้ออีก ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2518 ที่จะให้จำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อในกรุงเทพมหานครค่อย

ๆ ลดลงไปตามลักษณะและการสิ้นสภาพของรถและให้รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ๆ ในเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรีทราบด้วย นอกจากนี้หลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 27(พ.ศ. 2530) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5(12) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2530 ข้อ 2 ให้งดรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อในเขตกรุงเทพมหานครอีกด้วย จึงยิ่งแสดงให้เห็นความมุ่งหมายของรัฐบาลที่มีนโยบายว่า นอกจากจะจำกัดจำนวนรถยนต์รับจ้างสามล้อในกรุงเทพมหานครแล้วยังต้องการให้ลดจำนวนลงไปตามลักษณะการสิ้นสภาพของรถด้วย การที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3ใช้ดุลพินิจไม่รับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อบรรทุกคนโดยสารแบบใช้เพลาจำนวน 519 คันให้โจทก์ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและถือไม่ได้ว่าเป็นการขัดต่อกฎกระทรวงฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2504) การกระทำของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3จึงฟังไม่ได้ ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ฉะนั้นจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จึงไม่จำต้องรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อให้แก่โจทก์ตามฟ้องพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3063/2526

กฎกระทรวงฉบับที่ 36 (พ.ศ. 2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช 2473 ข้อ 8(5) ที่กำหนดให้ผู้รับอนุญาตให้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกินเจ็ดคนในท้องที่กรุงเทพมหานคร ต้องไม่ยินยอมให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้