Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกู้เงินโจทก์ไปไถ่จำนองที่ดินและบ้านอันเป็นสินสมรสหนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรสอันเป็นหนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1490(2) ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาจำเลยจึงไม่มีสิทธิร้องขอกันส่วนของตนในที่ดินและบ้านดังกล่าวซึ่งถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้รายนี้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินมีโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านของจำเลยออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเคยเป็นภรรยาของจำเลยที่ดินและบ้านดังกล่าวเป็นของจำเลยและผู้ร่องร่วมกันซื้อมาระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยา ต่อมาได้หย่าขาดจากกัน โดยตกลงยกที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่บุตรของจำเลยกับผู้ร้อง แต่ยังไม่ทันจดทะเบียนโอนก็ถูกยึดเสียก่อน ที่ดินและบ้านดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งหากขายทอดตลาดได้เงินเท่าใด ขอให้กันเงินที่ขายได้กึ่งหนึ่งแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ได้หย่ากันจริง หนี้คดีนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภรรยา และทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของจำเลยเองได้นำมาประกันในคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีโดยผู้ร้องมิได้คัดค้านแต่อย่างใดศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ในปัญหาว่าผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนของผู้ร้องได้หรือไม่ โจทก์คัดค้านว่าทรัพย์ที่ยึดมาเป็นสินส่วนตัวของจำเลย เพราะนำไปประกันการทุเลาการบังคับคดีโดยผู้ร้องมิได้คัดค้านอนึ่งหากเป็นสินสมรสโจทก์ก็ยังมีสิทธิขายทอดตลาดนำเงินชดใช้หนี้ของโจทก์ได้ เพราะเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภรรยา ปัญหาวินิจฉัยประการแรกว่าทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยหรือเป็นสินสมรส ผู้ร้องนำสืบว่าได้ซื้อที่ดินและบ้านพิพาทเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2523 ขณะนั้นผู้ร้องยังไม่ได้หย่ากับจำเลย โจทก์มิได้นำสืบต่อสู้เป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1474(1) ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า

เงินจำนวน 500,000 บาท ที่จำเลยกู้โจทก์มาเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องหรือไม่ ปัญหานี้โจทก์นำสืบว่า จำเลยขอยืมเงินโจทก์ไปอ้างว่าจะไปไถ่จำนองที่ดินและบ้านที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สยามพาณิชย์ ทรัสต์ จำกัดแล้วจะขายฝากแก่โจทก์ โจทก์จำเลยจึงไปด้วยกัน เมื่อไถ่จำนองจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สยามพาณิชย์ ทรัสต์ จำกัด แล้วจะจดทะเบียนขายฝากต่อไป แต่ทำไม่ได้ เนื่องจากไม่มีลายมือชื่อของผู้ร้องให้ความยินยอมจึงกลับมาทำสัญญากู้กันที่บ้านโจทก์ ตามเอกสารก็ปรากฏว่า จำเลยได้จำนองที่ดินไว้ที่บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์สยามพาณิชย์ ทรัสต์ จำกัด จริงและไถ่จำนองเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม2523 หลังจากที่ทำสัญญากู้กับโจทก์เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2523 ทั้งผู้ร้องก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยได้เอาเงินจำนวนใดจากใครไปไถ่จำนอง จึงน่าเชื่อว่าจำเลยได้นำเงินดังกล่าวไปไถ่จำนองจริงเมื่อฟังได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปไถ่จำนองที่ดินและบ้านอันเป็นสินสมรส

หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรสอันเป็นหนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1490(2) ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาจำเลยจึงไม่มีสิทธิร้องขอกันส่วนของผู้ร้องได้ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4963/2558

จำเลยที่ 3 นำที่ดินโฉนดเลขที่ 16985 ไปจำนองเป็นประกันหนี้แก่ธนาคาร ท. โดยผู้ร้องลงชื่อเป็นพยานในการทำนิติกรรม แสดงให้เห็นถึงผู้ร้องได้ทราบดีแล้วว่าจำเลยที่ 3 จะนำสินสมรสไปจำนองเป็นประกันหนี้ การทำนิติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6686/2552

ผู้ร้องเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. การที่ ส. กู้ยืมเงินโจทก์เป็นจำนวนมาก น่าเชื่อว่านำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวและให้การศึกษาบุตร ทั้งยังต้องใช้เงินรักษาตัวเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง ส. นำโฉนดที่ดินไปวางเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6452/2539

หนี้คดีนี้เป็นหนี้ร่วมตาม ป.พ.พ.มาตรา 1490 ซึ่งจำเลยและผู้ร้องจะต้องร่วมกันรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม โจทก์จึงชอบที่จะบังคับชำระหนี้จากสินสมรสได้ทั้งหมด เมื่อจำเลยนำที่ดินและบ้านพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสระหว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1605/2537

ขณะที่จำเลยที่ 1 ไปติดต่อขอสินเชื่อจากโจทก์ จำเลยที่ 1กับผู้ร้องได้แยกกันอยู่ และจำเลยที่ 1 ไม่ได้นำเงินสินเชื่อที่ได้รับจากโจทก์ไปใช้อุปการะเลี้ยงดูผู้ร้อง หนี้ที่จำเลยที่ 1เป็นหนี้โจทก์เป็นหนี้ที่จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5846/2537

หนี้ของจำเลยเกิดขึ้นก่อนที่จำเลยหย่ากับผู้ร้อง เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าหนี้ของจำเลยรายนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเพื่อให้ผู้ร้องต้องรับผิดชำระหนี้จากสินสมรสและสินส่วนตัว โจทก์จึงมีหน้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้