Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน 10 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือได้ว่าโจทก์ทำความเสียหายให้แก่จำเลยอยู่ในตัว จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันแทนค่าเสียหายที่โจทก์ขาดงานได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยทำหน้าที่พนักงานเก็บค่าโดยสาร เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน ๑๐ วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะระหว่างวันดังกล่าวโจทก์มีความจำเป็นต้องไปให้การต่อพนักงานสอบสวนในคดีที่โจทก์ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนพนักงาน ไม่สามารถไปปฏิบัติงานได้แต่ได้มอบหมายให้บิดาไปแจ้งให้จำเลยทราบถึงสาเหตุของการหยุดงานแล้ว การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่ปรากฏความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และเงินประกันแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยชอบด้วยข้อบังคับของจำเลยเพราะโจทก์ละทิ้งหน้าที่ติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่า๑๐ วัน เมื่อโจทก์ไม่มาปฏิบัติงานได้ ๕ วัน จำเลยได้มีหนังสือสอบถามไปยังที่อยู่ของโจทก์ แจ้งให้โจทก์ไปรายงานตัวและชี้แจงเหตุผลภายในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๖ โจทก์ไม่ไปติดต่อตามกำหนด เพียงแต่มีจดหมายของบิดาโจทก์ตอบไปว่า โจทก์ไปทำงานไม่ได้ ยังมีเรื่องทำร้ายร่างกายจึงยังจัดการไม่เรียบร้อย จำเลยได้สอบข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์มีเรื่องทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายนายทองอยู่แก้วพึงทรัพย์ แล้วหลบหนีไปเพื่อให้พ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำเลยเห็นว่า การกระทำของโจทก์เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา การละทิ้งหน้าที่ไปเกินกว่า ๑๐ วัน เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับของจำเลย การที่โจทก์ขาดงานไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นระยะเวลานานถึง ๑๕ วัน เป็นเหตุให้จำเลยต้องเสียหายขาดพนักงานปฏิบัติงานไป ทำให้รายได้จากการขายตั๋วโดยสารลดลง จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันทั้งหมด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ขาดงานไปเกินกว่า ๑๐ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จำเลยมีสิทธิไล่โจทก์ออกได้ตามข้อบังคับของจำเลย สำหรับเงินประกันนั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ทำความเสียหายแก่จำเลย จำเลยจะริบเงินประกันของโจทก์ไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยคืนเงินประกันจำนวน ๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยเงินประกันและผู้ค้ำประกันของพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๓ ข้อ ๒ กำหนดว่า เงินประกัน หมายความว่า เงินที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเรียกเก็บจากผู้จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน รวมทั้งเงินที่เรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง เพื่อเป็นหลักประกันความเสียหายที่พนักงานจะกระทำให้เกิดขึ้นแก่องค์การหรือแก่บุคคลภายนอกที่องค์การต้องรับผิดไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทางทรัพย์สินหรือความเสียหายอื่นใดและข้อ ๘ กำหนดว่า "พนักงานที่ออกจากตำแหน่งในองค์การด้วยเหตุใด ๆ โดยมิได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายหรือมิได้มีหนี้สินจะต้องชดใช้แก่องค์การจะได้รับเงินประกันคืน

เว้นแต่พนักงานที่ถูกไล่ออกหรือให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ให้ริบเงินประกันทั้งหมด ๘.๑ ฯลฯ ๘.๘ ขาดงานติดต่อกันเกินกว่า ๑๐ วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ฯลฯ" โจทก์ได้วางเงินประกันไว้แก่จำเลยเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท เห็นว่าการที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกินกว่า ๑๐ วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือว่าได้ทำความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่องค์การจำเลย ตามความหมายแห่งระเบียบดังกล่าวอยู่ในตัวแล้ว โจทก์เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารขาดงานติดต่อกันถึง ๑๕ วัน จำนวนเงินประกันที่ริบเป็นจำนวน ๒,๐๐๐ บาท ไม่สูงเกินส่วน จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันแทนค่าเสียหายที่โจทก์ขาดงานได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับคำขอเรียกเงินประกันคืน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเชื้อ เจียมรัตนกูลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2543

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกู้ยืมเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์การที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ห้ามพนักงานปล่อยเงินกู้โดยถือเป็นความผิดในกรณีร้ายแรง เป็นการออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้