Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์และมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้นแต่ประการใด แม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายเป็นรายเดือนเข้ามาด้วยเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาทก็ตาม ก็ถือได้ว่าเป็นการเรียกค่าเช่าที่คำนวณเป็นค่าเสียหายเข้ามาด้วยอันเกี่ยวพันกันกับฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้นเอง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกนั้นไม่เกิน 50,000 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยเฉพาะในจำนวนเงินที่เรียกนั้นเท่านั้นจึงเป็นคดีที่ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวจากโจทก์เพื่อประกอบการค้าเป็นเวลา ๖ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๔,๕๐๐ บาท โดยมิได้จดทะเบียนการเช่า โจทก์ไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่าให้จำเลย จึงบอกเลิกสัญญาและบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ จำเลยได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าแล้วไม่ยอมชำระค่าเช่า เมื่อครบกำหนดที่โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยและบริวารไม่ยอมออก ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอคิดค่าเสียหายเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑ เดือน ๑๕ วัน เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท และนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารขนย้ายออกไป ขอบังคับให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากห้องเช่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์กับค่าเสียหายเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะได้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากห้องเช่าและส่งมอบห้องเช่าให้โจทก์เสร็จ

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ตกลงให้จำเลยทำการซ่อมแซมตึกแถวจนอยู่ในสภาพใหม่ก่อนที่จำเลยจะเข้าอยู่ โดยโจทก์จะให้จำเลยเช่าต่อไปอีก ๖ ปี นับแต่สัญญาสิ้นสุดจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า ค่าเสียหายเกินความจริง ฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากห้องเช่า และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกจากห้องของโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๔,๕๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์และมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้นแต่ประการใดถึงแม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายเป็นรายเดือนเข้ามาด้วยเป็นจำนวนเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทก็ตาม ก็ถือได้ว่าเป็นการเรียกค่าเช่าที่คำนวณเป็นค่าเสียหายเข้ามาด้วยอันเกี่ยวพันกันกับฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้นเอง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกนั้นไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยเฉพาะในจำนวนเงินที่เรียกนั้นเท่านั้น จึงเป็นคดีที่ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้จงใจในการหลีกเลี่ยงไม่ยื่นบัญชีระบุพยานและฎีกาว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่าจำเลยได้ตกแต่งต่อเติมอาคารพิพาทตามความประสงค์ของโจทก์จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน โดยโจทก์จะให้จำเลยเช่าอยู่ต่อไปอีก ๖ ปี หลังจากสัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดลง เมื่ออายุของสัญญาต่างตอบแทนยังไม่ครบ ๖ ปี หลังจากสัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดลง เมื่ออายุของสัญญาต่างตอบแทนยังไม่ครบ ๖ ปีโจทก์จึงยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาต่างตอบแทนที่มีอยู่กับจำเลยได้และไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ดังกล่าวข้างต้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้