Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี โดยมิได้อุทธรณ์ขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๐๔,๗๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างเหตุมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา และคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่ง คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๒ ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ แต่ได้ยื่นคำแถลงโต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาและคำสั่งของศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่คัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์เสียก่อน เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี โดยมิได้อุทธรณ์ขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี ดังนี้ อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท ตามตาราง ๑ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และจำเลยที่ ๒ ได้ชำระครบถ้วนแล้ว ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๒ เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มขึ้นโดยคำนวณตามทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์จึงมิชอบ

ฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่พ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๒ เจ้าพนักงานศาลจังหวัดนนทบุรีได้ส่งคำบังคับโดยการปิดคำบังคับ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๒ ตามที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร จึงเป็นการส่งโดยชอบ ดังนี้จำเลยที่ ๒ ต้องยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ แต่จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒ จึงพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ส่วนข้ออ้างในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในทำนองว่ามีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เพราะจำเลยที่ ๒ พักอาศัยอยู่

ณ บ้านเลขที่ ๑๙๔/๒๘ ซอยมิตรพัฒนา ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และเพิ่งไปพบคำบังคับที่หน้าบ้านตามทะเบียนราษฎรเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๒ นั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวก็เพียงพอแล้วที่ศาลจะวินิจฉัยได้ว่ามิใช่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ โดยหาจำต้องไต่สวนอีกไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน ๔,๙๑๘ บาท แก่จำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวรงค์พร จิระภาค
ศาลอุทธรณ์ - นางปดารณี ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2538

คำร้องขอยื่นคำให้การของจำเลยอ้างว่าขณะที่มีการปิดสำเนาคำฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยนั้น จำเลยไปพักอาศัยอยู่กับบุตรที่ต่างจังหวัด การพิจารณาว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาให้ได้ควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2534

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงเท่ากับมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนที่ดินนั้นได้ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 36348)

โจทก์สามคนต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวของโจทก์แต่ละคนตามลำพังฟ้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดทำให้รถยนต์ของโจทก์แต่ละคนเสียหาย แม้จะรวมฟ้องมาในคดีเดียวกันก็ต้องพิจารณาจำนวนทุนทรัพย์ของคดีสำหรับโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 100710)

โจทก์สามคนต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวของโจทก์แต่ละคนตามลำพังฟ้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดทำให้รถยนต์ของโจทก์แต่ละคนเสียหาย แม้จะรวมฟ้องมาในคดีเดียวกันก็ต้องพิจารณาจำนวนทุนทรัพย์ของคดีสำหรับโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2520

คดีฟ้องเรียกค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์อันมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท และขอให้ขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้