Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจตนาของผู้กระทำผิดฐานรับของโจรนั้นต้องดูตามพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปประกอบกันเมื่อได้ความว่าจำเลยซื้อนาฬิกาของกลางไว้ในราคาถูกประการหนึ่ง ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็รับว่าได้รับซื้อไว้โดยรู้ในขณะนั้น (ขณะซื้อ ) ว่าเป็นของที่ถูกลักมา พฤติการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยรับของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย จึงผิดตามมาตรา 321

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันลักนาฬิกาของกลางหรือรับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษ นายเปื้อมจำเลยรับว่าได้ลักทรัพย์ในเคหะสถานตามฟ้อง นายเพียรจำเลยว่าได้ซื้อนาฬิกาของกาลาง ๖ เรือนไว้จาก จำเลย ที่ ๑ โดยไม่รู้ว่าเป็นของร้าย เพิ่งมารู้ภายหลังเมื่อถูกจับกุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายเปื้อมจำเลยผู้เดียวมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓,๒๙๔ แต่นายเปื้อมเป็นเด็กอายุเพียง ๑๓ ปีเศษ ให้เรียกบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บลไว้มีกำหนด ๒ ปี ผิดทัณฑ์บลปรับ ๒๐๐ บาท มิฉะนั้นให้ส่งตัวไปโรงเรียนฝึกอบรมมีกำหนด ๒ปี ให้ยกฟ้องสำหรับนายเพียร จำเลยเสียฯลฯ

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนายเพียรจำเลยฐานรับของโจร

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก่ว่า นายเพียรจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๒๑ ให้จำคุก ๑ ปี ปราณีลดให้ตามมาตรา ๕๙ หนึ่งในสาม คงให้จำคุกไว้ ๘ เดือนนอกนั้นคงยืน นายเพียรจำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยได้รับของกลางไว้โดยรู้แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ต้องดูพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปประกอบกันเพื่อสอดส่องให้เห็นเจตนาของจำเลยเรื่องนี้ได้ความว่านายเพียรจำเลยซื้อในราคาถูกประการหนึ่ง ทั้งในชั้นสอบสวนนายเพียรจำเลยก็ให้การรับสารภาพว่าได้รับซื้อไว้โดยรู้ในขณะนั้นว่าเป็นของที่ถูกลักมา พฤติการณ์ต่าง ๆ ประกอบกันเพียงพอให้ฟังว่า นายเพียรจำเลยได้รับนาฬิกาของกลางนี้ไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายชาย รัตนวิจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายทวีเจริญพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2504

การฟ้องความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ไม่จำต้องบรรยายว่า รับไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้ายอย่างในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321 ฉะนั้น เมื่อโจทก์บรรยายเพียงว่าจำเลยบังอาจรับทรัพย์ของผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500

ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1982/2500

ในฟ้องความผิดฐานรับของโจร โจทก์ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อผู้รับของกลางไว้จากจำเลย เมื่อปรากฏว่าโจทก์นำพยานบุคคลผู้รับของกลางไว้จากจำเลยเข้าสืบแล้ว จำเลยยังจะว่าหลงข้อต่อสู้ หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2500

โจทก์กล่าวฟ้องใจความว่าโคของเจ้าทรัพย์เพริดไปเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 ตอนกลางวันครั้นตกเวลากลางคืนในวันเดียวกันนั้นเองปรากฏว่าจำเลยมีโคตัวนั้นไว้ในความครอบครองโดยในระยะเวลาระหว่าง 2 ตอนดังกล่าวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2500

บรรยายฟ้องข้อ 1 ว่าจำเลยลักทรัพย์ แต่กล่าวในฟ้องข้อ2 ว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เช่นนี้เป็นฟ้องที่ขัดกัน ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้