Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หากผู้ร้องทั้งสองกับจำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมี น.ส.3 ร่วมกันได้แบ่งกันครอบครองที่ดินพิพาทเป็นส่วนสัดแล้ว ความตกลงดังกล่าวย่อมผูกมัดจำเลยและผู้ร้องทั้งสองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินตามส่วนสัดที่แบ่งกันครอบครองมาโจทก์ซึ่งเป็นเพียงเจ้าหนี้สามัญมีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินนั้น ไม่มีสิทธิเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องทั้งสองมาขายทอดตลาดได้ ถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิอื่น ๆ อันอาจร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินนั้นได้ตามกฎหมาย ซึ่งการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิดังกล่าวของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองย่อมมีสิทธิขอให้กันที่ดินส่วนที่ผู้ร้องทั้งสองครอบครองนั้นก่อนนำที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 หรือเป็นกรณีการร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา 288

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์20,000 บาท พร้อมค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยไม่ยอมชำระหนี้ ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลย 2 แปลงตาม น.ส.3 เลขที่ 43 และเลขที่ 5จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 5 ซึ่งมีเนื้อที่ 18 ไร่ 3 งาน 67 ตารางวานั้น เป็นของผู้ร้องที่ 1เนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 83 ตารางวาเป็นของจำเลยเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน83 ตารางวา และเป็นของผู้ร้องที่ 2 เนื้อที่ 10 ไร่ โดยต่างได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัด ปรากฏตามแผนที่สังเขปท้ายคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเลื่อนการขายทอดตลาดไปก่อน หรือมีคำสั่งให้ขายเฉพาะส่วนของจำเลยและกันส่วนของผู้ร้องทั้งสอง โดยยกเลิกการขายทอดตลาดที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ร้องทั้งสองเสียศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"มีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบหรือไม่ คดีนี้ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอกันส่วนที่ดินในวันที่ 27 กันยายน 2534ศาลชั้นต้นสั่งนัดพิจารณาคำร้องขอกันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2534 แต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2534เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวทั้งแปลงวันที่17 ตุลาคม 2534

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ร้องทั้งสอง โดยอ้างว่าผู้ร้องทั้งสองได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่า ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอกันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองในวันที่ 4พฤศจิกายน 2534 แล้ว แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับมีคำสั่งให้ขายทอดตลาด และขายไปในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริงมาก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้อง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดในวันที่ 2ธันวาคม 2534 ซึ่งปรากฏว่าในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2534 ผู้ร้องทั้งสองขอเลื่อนคดีขอกันส่วนที่ดิน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดพิจารณาในวันที่ 6 ธันวาคม 2534 และปรากฏว่าในวันที่ 2 ธันวาคม 2534

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเกินระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ให้ยกคำร้องและในวันที่ 6 ธันวาคม 2534

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอกันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองว่า ผู้ร้องทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไว้ด้วย ซึ่งในที่สุดศาลมีคำสั่งยกคำร้องโดยวินิจฉัยว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและคำร้องของผู้ร้องทั้งสองนี้เป็นการร้องว่าที่ดินที่มีการขายทอดตลาดไปแล้วนั้นเป็นของผู้ร้องทั้งสองซึ่งครอบครองเป็นส่วนสัดจึงเป็นการร้องขัดทรัพย์ในส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองว่ามิใช่ของจำเลย ไม่อาจนำไปขายทอดตลาดได้ แต่คำร้องของผู้ร้องทั้งสองได้ยื่นไว้ในเรื่องขอกันส่วน จึงทำให้เกิดผิดหลง ดังนั้นการพิจารณาหาได้ความตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง ย่อมไม่เป็นผลเพราะที่ดินได้ขายทอดตลาดและโอนให้ผู้ซื้อเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับไม่อาจร้องขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดดังกล่าวได้ จึงให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมี น.ส.3 หากผู้ร้องทั้งสองกับจำเลยได้แบ่งกันครอบครองเป็นส่วนสัดตามคำร้องแล้ว ความตกลงที่ให้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัดย่อมผูกมัดจำเลยและผู้ร้องทั้งสองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินตามส่วนสัดที่แบ่งกันครอบครองมานั้น โจทก์เป็นแต่เพียงเจ้าหนี้สามัญจึงมีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินนั้น ไม่มีสิทธิเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องทั้งสองมาขายทอดตลาดได้ กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิอื่น ๆ อันอาจร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินนั้นได้ตามกฎหมาย ซึ่งการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิดังกล่าวของผู้ร้องทั้งสองผู้ร้องทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะขอให้กันที่ดินส่วนที่ผู้ร้องทั้งสองครอบครองนั้นก่อนนำที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดได้

คำร้องของผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นเรื่องการร้องขอให้กันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287โดยมิได้ขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด หรือเป็นกรณีการร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้