Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3134/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะนั้นเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้จะมีคำขอเรียกค่าทดแทนและค่าเลี้ยงชีพที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วย คู่ความก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248ทั้งคำขอในส่วนที่เกี่ยวกับค่าทดแทนนี้ยังเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัวอีกด้วย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยโจทก์ไม่ทราบว่าจำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นอยู่แล้ว โจทก์จึงเป็นผู้สมรสโดยสุจริตเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนและค่าเลี้ยงชีพจากจำเลยได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ว่ายังไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อและจดทะเบียนสมรสกับจำเลยต่อมาโจทก์ จำเลย มีบุตรด้วยกันคือ เด็กหญิง ช. ภายหลังโจทก์ทราบความจริงว่าจำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นอยู่ก่อนแล้วจึงขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงและค่าขาดรายได้พิเศษ 175,500 บาท ค่าเลี้ยงชีพเป็นรายเดือนเดือนละ 1,500 บาทและให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงช.แต่ผู้เดียว โดยให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ 2,000 บาทด้วย

จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่กินกับโจทก์โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสมาก่อน ต่อมาจำเลยรักใคร่ชอบพอกับร้อยตรีหญิงจารุณี อัมพรประภาและได้จดทะเบียนสมรสกันแต่เมื่อโจทก์มีบุตรและขอให้จำเลยจดทะเบียนสมรส จำเลยก็ยินยอมจดทะเบียนสมรสด้วย จำเลยไม่ได้หลอกลวงโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายและค่าเลี้ยงชีพจากจำเลยจำเลยขอเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตร หากโจทก์ไม่ยินยอมค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรก็ไม่เกินเดือนละ 500 บาท ในวันชี้สองสถาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่รับฟ้องโจทก์เกี่ยวกับอำนาจปกครองบุตร เพื่อให้ไปดำเนินคดีต่อที่ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน ให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนา ให้จำเลยชำระค่าทดแทนแก่โจทก์ 40,000 บาท และค่าเลี้ยงชีพเดือนละ 1,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะไม่ต้องจดทะเบียนหย่า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ที่โจทก์แก้ฎีกาว่าจำเลยไม่มีสิทธิฎีกานั้นเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งว่าการสมรสเป็นโมฆะเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้จะมีคำขอที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วย คู่ความก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ทั้งคำขอในส่วนที่เกี่ยวกับค่าทดแทนนี้ยังเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัวอีกด้วย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ ในปัญหาตามฎีกาของจำเลยนั้นข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์จำเลยได้เสียกันมาก่อนที่จำเลยจะจดทะเบียนสมรสกับร้อยตรีหญิงจารุณี อัมพรประภา และโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อเดือนธันวาคม 2523 จำเลยนำสืบว่าจำเลยจดทะเบียนสมรสกับร้อยตรีหญิงจารุณีเมื่อวันที่ 2กันยายน 2523 และได้จัดงานเลี้ยงฉลองสมรสเมื่อวันที่ 27 กันยายน2524 จึงเป็นเวลาห่างกันประมาณ 1 ปี

จำเลยเบิกความว่าจำเลยบอกโจทก์ว่าจำเลยจดทะเบียนสมรสกับร้อยตรีหญิงจารุณีก่อนจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสประมาณ 5-6 เดือนแสดงว่าจำเลยบอกให้โจทก์ทราบเมื่อประมาณเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2524 แต่โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อเดือนธันวาคม 2523 ดังนั้นขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยจึงเป็นเวลาก่อนที่โจทก์ทราบว่าจำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับร้อยตรีหญิงจารุณีอยู่ก่อนแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าว จึงเห็นว่าโจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยโดยสุจริต เมื่อการจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยตกเป็นโมฆะตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 และมาตรา 1496 แล้วโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทำการสมรสโดยสุจริตย่อมมีสิทธิเรียกค่าทดแทนและค่าเลี้ยงชีพได้ด้วยตามมาตรา 1499

ปัญหาต่อไปมีว่าโจทก์ควรได้รับค่าทดแทนและค่าเลี้ยงชีพเป็นจำนวนเท่าใด โจทก์เบิกความว่าพันเอกอรุณ ผู้บังคับบัญชาเคยเรียกโจทก์จำเลยไปไกล่เกลี่ยจำเลยรับจะให้ค่าเสียหายโจทก์เป็นเงิน 150,000 บาทโดยผ่อนชำระเป็นงวดงวดละ 50,000 บาท แต่เมื่อโจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเป็นหนังสือ จำเลยไม่ยินยอม พันเอกอรุณ พยานโจทก์เบิกความประกอบเอกสารหมาย จ.10 สอดคล้องกับคำโจทก์ดังกล่าวรับฟังเป็นจริงได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าทดแทนเป็นเงิน 40,000 บาทและค่าเลี้ยงชีพรายเดือนเดือนละ 1,000 บาทนั้น เป็นการสมควรและเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาเป็นจำนวนเพียง 40,000 บาทแต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาโดยคิดจากทุนทรัพย์ 150,000 บาท จึงไม่ถูกต้อง'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้