Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3131/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประกันภัยระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยและจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัย ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 ด้วย การที่จำเลยที่ 2 นำรถที่เอาประกันภัยไปลากจูงรถพ่วงที่ไม่ได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 จึงเป็นการกระทำที่เข้าข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 3เมื่อจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 3ย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 126,850 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เนื่องจากได้รับชดใช้ค่าเสียหายบางส่วนจากจำเลยที่ 2 จำนวน 30,000 บาท แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตโจทก์และจำเลยที่ 3 แถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และได้ขับรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 83-2061 นครปฐม (รถตัวลาก) ลากจูงรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 82-7554 นครปฐม พุ่งชนท้ายรถแท็กซี่ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่าซ่อมเป็นเงิน 55,000 บาท โดยจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยเฉพาะรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 83-2061 นครปฐม (รถตัวลาก) เท่านั้น ส่วนรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 82-7554 นครปฐม ไม่ใช่รถคันที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัยไว้และตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ระบุเงื่อนไขยกเว้นความรับผิดไว้ในข้อ 2.11.4 ว่า การประกันภัยตาม ข้อ 2.1 ข้อ 2.2 และข้อ 2.3 ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน

เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย โจทก์และจำเลยที่ 3 ยอมสละประเด็นข้อพิพาทที่มีอยู่ทุกข้อ และแถลงไม่ติดใจสืบพยาน โดยขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายเพียงประเด็นเดียวว่า จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่เพียงใดศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การใช้รถลากจูงหรือผลักดันรถคันอื่นเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงภัยมากขึ้น และตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 2.11.4 ระบุว่าการประกันภัยตามข้อ 2.1 ข้อ 2.2 และข้อ 2.3 ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 ด้วย ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 3 ไม่ประสงค์จะคุ้มครองถึงกรณีที่มีการใช้รถคันที่เอาประกันภัยไปใช้ลากจูงหรือผลักดันอันทำให้เกิดการเสี่ยงภัยมากขึ้นดังกล่าว

นอกเสียจากจะได้มีการเอาประกันภัยรถคันที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันไว้ต่อจำเลยที่ 3 ด้วยข้อยกเว้นความรับผิดดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายใช้บังคับได้ เมื่อจำเลยที่ 2 ใช้รถคันที่เอาประกันภัยไว้ต่อจำเลยที่ 3 ลากจูงรถคันอื่นที่ไม่ได้เอาประกันภัยไว้ต่อ จึงเป็นการผิดเงื่อนไขดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตแห่งความคุ้มครอง จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 มีสิทธิยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงิน 43,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2538 อันเป็นวันละเมิดไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถแท็กซี่ จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 83-2061 นครปฐม ได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถบรรทุกที่เอาประกันภัยไว้ดังกล่าวโดยลากจูงรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 82-7554 นครปฐม ชนท้ายรถแท็กซี่ของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องเรียกให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย ชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 30,000 บาท โจทก์จึงถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ เห็นว่า สัญญาประกันภัยระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยและจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยกำหนดถึงการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่จำเลยที่ 3 จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยไว้ในสัญญาหมวดที่ 2 ส่วนที่ 2 การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แต่อย่างไรก็ดีในส่วนที่ 2 นี้เองก็ได้กำหนดการยกเว้นความรับผิดไว้หลายประการ โดยมีข้อ 2.11 การยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามข้อ 2.1 ข้อ 2.2 และ ข้อ 2.3 ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก 2.11.4 การใช้ลากจูง หรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย

แสดงให้เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยที่ 3 ไม่ประสงค์จะคุ้มครองถึงกรณีที่มีการใช้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไปลากจูงหรือผลักดันอันทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหากผู้เอาประกันภัยประสงค์จะให้คุ้มครองถึงส่วนที่ลากจูงก็จะต้องแจ้งความจำนงให้ชัดเจนเพื่อผู้รับประกันภัยจะได้กำหนดเบี้ยประกันให้พอเหมาะกับความเสี่ยงภัยที่มากขึ้นนั้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 นำรถที่เอาประกันภัยไปลากจูงรถพ่วงอีกคันหนึ่งจึงเป็นการกระทำที่เข้าข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 3 เมื่อโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์โดยอาศัยสัญญาประกันภัยดังกล่าว แต่เป็นกรณีที่จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 3 ย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อันเป็นบุคคลภายนอกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 3 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ · ระพินทร บรรจงศิลป · ผล อนุวัตรนิติการ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้