Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3131/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าตามสัญญาเช่า เดือนละ 400 บาท ซึ่งถือได้ว่ามีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท แม้โจทก์จะกล่าวมาในคำฟ้องด้วยว่าโจทก์สามารถให้บุคคลอื่นเช่าได้ในปัจจุบันเดือนละไม่ต่ำกว่า12,000 บาท และโจทก์ได้ใช้เป็นเกณฑ์คำนวณในการเรียกร้องเอาค่าเสียหายตามอัตราดังกล่าว แต่จำนวนเงิน 12,000 บาท ก็ไม่ใช่ค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ในขณะยื่นคำฟ้อง เพราะเพียงแต่อาจให้เช่าได้ในอัตราดังกล่าวเท่านั้น และการที่โจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 12,000 บาท นั้น โจทก์เรียกค่าเสียหายมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่มิได้เรียกมาอย่างเอกเทศในข้อหาอื่นซึ่งทุนทรัพย์ที่เรียกมาไม่เกิน 50,000 บาท และจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ทั้งมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ คู่ความจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวห้องเลขที่53 ถนนดอนสนาม ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยซื้อมาจากเจ้าของเดิมเมื่อเดือน พฤษภาคม 2526 จำเลยเป็นผู้เช่าตึกแถวห้องดังกล่าวจากเจ้าของเดิม โดยจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อจำเลยได้ทราบว่าโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากเจ้าของเดิมแล้ว จำเลยจงใจปฏิบัติผิดสัญญาเช่าหลายประการ กล่าวคือจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์จนถึงปัจจับัน จำเลยได้ให้บุคคลอื่นซึ่งโจทก์ไม่เชื่อถือเข้าครอบครองทำการค้าใช้ประโยชน์ในตึกแถวห้องดังกล่าวโดยไม่แจ้งและขอความยินยอมจากโจทก์ก่อน อันเป็นการผิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเช่านอกจากนั้นโจทก์ได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งเชิญจำเลยไปพบถึงสามครั้ง เพื่อให้โอกาสจำเลยแก้ไขการปฏิบัติผิดสัญญา แต่จำเลยก็เพิกเฉยไม่ยอมมาพบ

อันเป็นการผิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าเช่นเดียวกัน โจทก์จึงได้ให้ทนายความบอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยด้วยวาจาและหนังสือเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2528 โดยแจ้งให้จำเลยส่งมอบตึกแถวดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย และแจ้งให้จำเลยทราบถึงค่าเสียหายซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดหากยึดหน่วงตึกแถวห้องดังกล่าว แต่จำเลยก็ยังเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ คือค่าเช่าเดือนละ 400 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2526 ถึงเดือนสิงหาคม 2526 รวมเป็นเงิน 1,200 บาท และการที่จำเลยไม่ส่งมอบตึกแถวดังกล่าวให้โจทก์หลังจากโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์ในการใช้สอย ซึ่งโจทก์สามารถให้บุคคลอื่นเช่าได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 12,000 บาท

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2526 ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 2 เดือนเศษ โจทก์ขอคิดเพียง24,000 บาท ขอให้จำเลยส่งมอบตึกแถวห้องเลขที่ 53 ถนนดอกสนามตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา คืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยให้จำเลยชำระค่าเช่า 3 เดือนเป็นเงิน 1,200 บาท และค่าเสียหายตั้งแต่เดือนกันยายน 2526 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 24,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและต่อไปอีกเดือนละ 12,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบตึกแถวดังกล่าวให้โจทก์จำเลยให้การว่า ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยไม่ชำระค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน ทั้งที่โจทก์ทวงถามแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์ไม่ได้ไปเก็บค่าเช่าจากจำเลยตามแนวทางที่ต้องปฏิบัติ

นอกจากนี้จำเลยก็ไม่ทราบว่านางพวงเพ็ญ พึ่งจิตต์ตน ผู้ให้เช่าได้โอนกรรมสิทธิ์อาคารที่เช่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่เมื่อใด เมื่อจำเลยทราบว่าโจทก์ได้รับโอนอาคารที่เช่าจากเจ้าของเดิมจำเลยได้ส่งเงินค่าเช่าไปยังโจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมรับและส่งคืนโดยไม่มีเหตุผลและการที่จำเลยได้จ่ายเงินจำนวน 130,000 บาท ให้แก่ผู้ให้เช่าเดิมรับไปในวันทำสัญญาแล้ว ถือว่าเป็นค่าเช่าล่วงหน้าส่วนหนึ่งสำหรับตลอดอายุแห่งการเช่า โจทก์จะถือว่าจำเลยไม่ชำระค่าเช่าและผิดสัญญาส่วนนี้ไม่ได้ ที่โจทก์อ้างว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2526ถึงปัจจุบันจำเลยได้ให้บุคคลอื่นซึ่งโจทก์ไม่เชื่อถือเข้าครอบครองทำการค้าใช้ประโยชน์ในตึกแถวที่เช่าโดยไม่แจ้งและขอความยินยอมจากโจทก์ก่อนนั้นก็ไม่เป็นความจริง

จำเลยผู้เช่ามีสิทธิที่จะให้ญาติพี่น้องคนในครอบครัวเข้าอยู่อาศัยใช้ประโยชน์จากอาคารที่เช่าและจำเลยย่อมมีสิทธิทำการค้าขายในอาคารที่เช่าได้ ที่โจทก์อ้างว่าได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งจำเลยไปพบถึงสามครั้งเพื่อให้โอกาสจำเลยแก้ไขการปฏิบัติผิดสัญญา แต่จำเลยไม่ยอมไปอันเป็นการผิดสัญญานั้นปรากฏว่าหนังสือฉบับแรกทนายความของโจทก์ไม่ได้ระบุว่าได้รับมอบอำนาจมาจากผู้ใด จำเลยผิดสัญญาอย่างใด มีเหตุผลอย่างไรที่จะให้จำเลยไปพบ เมื่อจำเลยไม่ทราบรายละเอียดพอสมควรที่จะได้รับทราบ จำเลยก็ไม่จำต้องไปพบ ต่อมาฉบับที่ 2 ทนายโจทก์ก็ให้จำเลยไปพบอีก จำเลยสงสัยจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามจึงได้ความและได้นัดพบกัน พอถึงวันนัดก็ไม่ได้พบกันเพราะเป็นความผิดของทนายโจทก์

หลังจากนั้นทนายโจทก์ได้มีหนังสือฉบับที่ 3 ให้จำเลยไปพบอีก ครั้นจำเลยไปพบ โจทก์กลับไม่พูดเรื่องแก้ไขข้อผิดสัญญาจำเลยไม่ได้ผิดสัญญาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่า 1,200 บาท แก่โจทก์ส่วนคำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าตมสัญญาเช่าเดือนละ 400 บาทซึ่งถือได้ว่ามีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 5,000 บาทแม้โจทก์จะกล่าวมาในคำฟ้องด้วยว่าโจทก์สามารถให้บุคคลอื่นเช่าได้ในปัจจุบันเดือนละไม่ต่ำกว่า 12,000 บาท และโจทก์ได้ใช้เป็นเกณฑ์คำนวณในการเรียกร้องเอาค่าเสียหายตามอัตราดังกล่าว แต่จำนวนเงิน 12,000 บาท

ก็ไม่ใช่ค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ในขณะยื่นคำฟ้อง เพราะเพียงแต่อาจให้เช่าได้ในอัตราดังกล่าวเท่านั้น และการที่โจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 12,000 บาทนั้นโจทก์เรียกค่าเสียหายมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ มิได้เรียกมาอย่างเอกเทศในข้อหาอื่น ซึ่งทุนทรัพย์ที่เรียกมาไม่เกิน 50,000บาท และจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ทั้งมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริทรัพย์นั้นแต่ประการใด เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คู่ความจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้